ฟังก์ชัน DROP ใน Excel

ฟังก์ชัน DROP ใน Excel เป็นฟังก์ชันที่ช่วยลบแถวหรือคอลัมน์ออกจากช่วงข้อมูลหรือตารางได้อย่างยืดหยุ่น โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขตารางต้นฉบับหรือใช้การลบข้อมูลด้วยมือ ฟังก์ชันนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องทำรายงาน สรุปข้อมูล หรือสร้างแดชบอร์ดที่ต้องแสดงข้อมูลบางส่วนจากตารางขนาดใหญ่

ก่อนหน้านี้ ถ้าเราต้องการตัดแถวหรือคอลัมน์ออกจากช่วงข้อมูล เราอาจต้องใช้สูตรที่ซับซ้อน เช่น INDEX, OFFSET, หรือ FILTER แต่เมื่อมีฟังก์ชัน DROP เข้ามาใน Excel 365 ก็ช่วยลดความยุ่งยากลงได้มาก

ประโยชน์ของฟังก์ชัน DROP ใน Excel

  • ลบแถวหรือคอลัมน์ที่ไม่ต้องการออกจากตารางได้อย่างยืดหยุ่น
  • ลดความซับซ้อนของสูตรเมื่อทำงานกับข้อมูลขนาดใหญ่
  • ใช้สร้างแดชบอร์ดหรือรายงานที่แสดงเฉพาะข้อมูลสำคัญ
  • ทำงานร่วมกับ SORT, FILTER, INDEX เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น
  • ป้องกันความผิดพลาดจากการลบข้อมูลด้วยมือ

รูปแบบการใช้งาน (Syntax)

=DROP(array, rows, [columns])

อาร์กิวเมนต์ที่ใช้ในฟังก์ชัน DROP มีดังนี้:

  • array → ช่วงข้อมูลหรือตาราง
  • rows → จำนวนแถวที่ต้องการลบ (ค่าเป็นบวก = ลบจากด้านบน, ค่าเป็นลบ = ลบจากด้านล่าง)
  • columns → [ไม่บังคับ] จำนวนคอลัมน์ที่ต้องการลบ (ค่าเป็นบวก = ลบจากซ้าย, ค่าเป็นลบ = ลบจากขวา)

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานฟังก์ชัน DROP ใน Excel

ตัวอย่างที่ 1: ลบแถวหัวตารางออก

สมมติมีตารางสินค้าพร้อมหัวตาราง และต้องการลบแถวหัวตารางเพื่อดึงเฉพาะข้อมูล

ข้อมูลตัวอย่าง

รหัสสินค้าชื่อสินค้าราคา
001เสื้อ500
002กางเกง700
003รองเท้า900

สูตร

=DROP(A1:C4,1)
ใช้งานฟังก์ชัน DROP ใน Excel ลบแถวหัวตารางออก

ขั้นตอนการทำงาน

  1. A1:C4 → ช่วงข้อมูลรวมหัวตาราง
  2. 1 → ลบ 1 แถวจากด้านบน
  3. คืนค่า → เฉพาะข้อมูลสินค้า

ผลลัพธ์

ตัวอย่างที่ 2: ลบคอลัมน์แรกและรวมกับ SORT เพื่อเรียงราคา

สมมติต้องการลบคอลัมน์รหัสสินค้า แล้วเรียงราคาจากน้อยไปมาก

ข้อมูลตัวอย่าง

รหัสสินค้าชื่อสินค้าราคา
001เสื้อ500
002กางเกง700
003รองเท้า900

สูตร

=SORT(DROP(A2:C4,0,1),2,1)
ใช้งานฟังก์ชัน DROP ใน Excel ลบคอลัมน์รหัสสินค้า แล้วเรียงราคาจากน้อยไปมาก

ขั้นตอนการทำงาน

  1. DROP(A2:C4,0,1) ลบคอลัมน์แรก (รหัสสินค้า)
  2. SORT(...,2,1) เรียงตามคอลัมน์ 2 (ราคา) จากน้อยไปมาก
  3. คืนค่าตารางสินค้าเรียงราคาจากน้อยไปมาก

ผลลัพธ์

ตัวอย่างที่ 3: ลบแถวล่างสุดและคอลัมน์ขวาสุดในตาราง

สมมติมีตารางรายงาน และต้องการลบแถวรวมยอดและคอลัมน์หมายเหตุ

ข้อมูลตัวอย่าง

เดือนยอดขายหมายเหตุ
มกราคม10000
กุมภาพันธ์12000
มีนาคม11000
รวม33000

สูตร

=DROP(A1:C5,-1,-1)
ใช้งานฟังก์ชัน DROP ใน Excel ลบแถวล่างสุดและคอลัมน์ขวาสุด

ขั้นตอนการทำงาน

  1. A1:C5 คือตารางรวมแถวรวมยอด
  2. กำหนด rows เป็น -1 คือ ลบแถวล่างสุด
  3. กำหนด columns เป็น -1 คือ ลบคอลัมน์ขวาสุด
  4. คืนค่าตารางข้อมูลยอดขายรายเดือน

ผลลัพธ์

ตัวอย่างที่ 4: ลบแถวบน-ล่างพร้อมกันเพื่อแยกเฉพาะข้อมูลกลางตาราง

สมมติเรามีตารางคะแนนสอบที่มีแถวหัวตารางและแถวรวมคะแนนท้ายตาราง เราต้องการดึงเฉพาะคะแนนรายบุคคลออกมา

ข้อมูลตัวอย่าง

ชื่อคะแนน 1คะแนน 2
เฉลี่ย7580
สมชาย7085
สมหญิง8075
สมปอง7580
รวม225240

สูตร

=DROP(DROP(A2:C6,1),-1)
ใช้งานฟังก์ชัน DROP ใน Excel ลบแถวบน-ล่างพร้อมกัน

ขั้นตอนการทำงาน

  1. DROP(A2:C6,1) → ลบแถวบนสุด (เฉลี่ย) จะเหลือสมชาย, สมหญิง, สมปอง, รวม
  2. DROP(...,-1) → ลบแถวล่างสุด (รวม) จะเหลือเฉพาะสมชาย, สมหญิง, สมปอง
  3. คืนค่าตารางข้อมูลรายบุคคล

ผลลัพธ์

คำแนะนำเพิ่มเติมในการใช้งานฟังก์ชัน DROP ใน Excel

  • ใช้ 0 ในอาร์กิวเมนต์ rows หรือ columns ถ้าไม่ต้องการลบด้านนั้น
  • ใช้ค่าลบ เช่น -1 เพื่อเริ่มลบจากด้านล่างหรือด้านขวา
  • ใช้ร่วมกับฟังก์ชัน SORT, FILTER, INDEX เพื่อสร้างแดชบอร์ดหรือรายงานที่ยืดหยุ่น

สรุป

ฟังก์ชัน DROP ใน Excel เป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับการลบแถวหรือคอลัมน์ที่ไม่ต้องการออกจากช่วงข้อมูลได้อย่างง่ายดาย ช่วยลดความซับซ้อนของสูตร และเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการข้อมูล โดยเฉพาะเมื่อทำงานร่วมกับฟังก์ชันอื่น เช่น SORT, INDEX เราจะสามารถสร้างรายงานและแดชบอร์ดที่ปรับเปลี่ยนตามข้อมูลได้แบบมืออาชีพ

ข้อมูลอ้างอิง: DROP function

แชร์เรื่องนี้