ฟังก์ชัน TRUE ใน Excel

ฟังก์ชัน TRUE ใน Excel เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่ใช้เพื่อระบุค่าความจริง (Boolean value) ที่มีค่าเป็น TRUE ซึ่งมักใช้ร่วมกับฟังก์ชันตรรกะ เช่น IF, AND, OR, NOT ในการสร้างเงื่อนไขหรือแสดงผลลัพธ์ตามตรรกะที่กำหนด

แม้ว่าจะดูเรียบง่าย แต่ฟังก์ชัน TRUE เป็นองค์ประกอบสำคัญของการเขียนสูตรที่มีเงื่อนไข และช่วยให้สามารถสร้างตรรกะที่ชัดเจนขึ้นในการวิเคราะห์ข้อมูล

ประโยชน์ของฟังก์ชัน TRUE ใน Excel

  • ใช้เป็นค่าเริ่มต้นหรือเงื่อนไขที่ให้ผลเป็นจริงเสมอ
  • ใช้แทนค่าความจริงในสูตร IF, AND, OR ได้
  • ใช้ในการเปรียบเทียบหรือควบคุมการแสดงผลของข้อมูล
  • เหมาะสำหรับใช้ในสูตรเงื่อนไขที่ต้องการค่าคงที่ TRUE

รูปแบบการใช้งาน (Syntax)

TRUE()
  • ไม่มีอาร์กิวเมนต์ใด ๆ

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานฟังก์ชัน TRUE ใน Excel

ตัวอย่างที่ 1: ใช้ร่วมกับ IF เพื่อตรวจสอบสถานะ

สมมติต้องการแสดงคำว่า “เปิดอยู่” ถ้าค่าความจริงเป็น TRUE

สถานะ
TRUE
FALSE

สูตร:

=IF(A2=TRUE, "เปิดอยู่", "ปิดอยู่")
ใช้ฟังก์ชัน TRUE ใน Excel ตรวจสอบสถานะ
  • เปรียบเทียบค่าในเซลล์ A2 ว่ามีค่าเท่ากับ TRUE หรือไม่
  • ถ้าใช่ แสดงข้อความว่า “เปิดอยู่”
  • ถ้าไม่ใช่ แสดงข้อความว่า “ปิดอยู่”

ผลลัพธ์

ต้องการแสดงคำว่า "เปิดอยู่" ถ้าค่าความจริงเป็น TRUE

ตัวอย่างที่ 2: ใช้ TRUE เป็นค่าคงที่ใน AND

ต้องการตรวจสอบว่าเซลล์ A2 เป็น TRUE และ B2 มีค่าไม่ว่าง

เงื่อนไข Aเงื่อนไข B
TRUEทดสอบ
FALSE

สูตร:

=AND(A2=TRUE, B2<>"")
ใช้ฟังก์ชัน TRUE ใน Excel ร่วมกับฟังก์ชัน AND
  • ตรวจสอบว่า A2 เป็น TRUE
  • ตรวจสอบว่า B2 ไม่ใช่ค่าว่าง
  • ทั้งสองเงื่อนไขต้องเป็นจริง ฟังก์ชัน AND จึงคืนค่า TRUE

ผลลัพธ์

ตรวจสอบว่าเซลล์ A2 เป็น TRUE และ B2 มีค่าไม่ว่าง

ตัวอย่างที่ 3: ใช้ TRUE เพื่อกรองข้อมูลด้วย FILTER

ต้องการแสดงเฉพาะแถวที่มีสถานะ TRUE

ชื่อแสดงผล
กานต์TRUE
นีรชาFALSE
สุธีราTRUE
สุกัญญาFALSE
กานดาTRUE
ปรีชาFALSE
โสภาTRUE

สูตร:

=FILTER(A2:A8, B2:B8=TRUE)
ใช้ฟังก์ชัน TRUE ใน Excel ร่วมกับ FILTER เพื่อกรองข้อมูล
  • ใช้ FILTER ดึงข้อมูลจากคอลัมน์ A
  • เงื่อนไขคือ B ต้องเท่ากับ TRUE

ผลลัพธ์

แสดงเฉพาะแถวที่มีสถานะ TRUE

ตัวอย่างที่ 4: ใช้ TRUE เป็นตัวตั้งค่าในสูตรแบบเงื่อนไขถาวร

ต้องการให้สูตรทำงานตลอดเวลาโดยไม่มีเงื่อนไขเปลี่ยนแปลง

สูตร:

=IF(TRUE, "ทำงานเสมอ", "ไม่ทำงาน")

คำอธิบาย:

  1. ฟังก์ชัน IF จะเลือกค่าที่ TRUE เสมอ
  2. ส่งผลให้สูตรทำงานในทิศทางเดียวคือ “ทำงานเสมอ”

ตัวอย่างที่ 5: ใช้ฟังก์ชัน TRUE ใน Excel ร่วมกับ NOT เพื่อแปลงค่า

ต้องการแปลงค่า TRUE ให้กลายเป็น FALSE และในทางกลับกัน

ค่าเริ่มต้นค่าที่กลับกัน
TRUE=NOT(A2=TRUE)
FALSE=NOT(A3=TRUE)

สูตร:

=NOT(A2=TRUE)
  • A2=TRUE เปรียบเทียบค่ากับ TRUE
  • NOT(…) จะกลับค่าความจริง เช่น TRUE → FALSE

ผลลัพธ์

ค่าเริ่มต้นค่าที่กลับกัน
TRUEFALSE
FALSETRUE

หมายเหตุ

สรุป

ฟังก์ชัน TRUE ใน Excel เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ทรงพลังในการสร้างเงื่อนไขที่ต้องการค่าความจริง ใช้ได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือร่วมกับฟังก์ชันตรรกะอื่น ๆ ทำให้สามารถควบคุมการแสดงผลและการประมวลผลข้อมูลได้อย่างแม่นยำ และเป็นพื้นฐานสำคัญของการเขียนสูตรเชิงตรรกะใน Excel

ข้อมูลอ้างอิง: TRUE function

แชร์เรื่องนี้