การใช้งานฟังก์ชัน FIND ใน Excel

ฟังก์ชัน FIND ใช้สำหรับค้นหาข้อความหรือค่าใด ๆ ที่ต้องการในอีกข้อความหนึ่ง เพื่อตรวจสอบว่าสิ่งที่เราต้องการหามีอยู่ในข้อความต้นทางหรือไม่ โดยผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นตัวเลขบอกตำแหน่งของข้อความที่ค้นหาซึ่งปรากฏครั้งแรกในข้อความต้นทาง

ถ้าเป็นข้อความภาษาอังกฤษจะถือว่าตัวอักษรพิมพ์เล็กกับตัวอักษรพิมพ์ใหญ่แตกต่างกัน

รูปแบบการใช้งาน

FIND(find_text, within_text, [start_num])
  • find_text คือข้อความที่ต้องการค้นหา (จำเป็นต้องระบุ)
  • within_text คือข้อความต้นทางที่ต้องการค้นหาสิ่งที่ต้องการ (จำเป็นต้องระบุ)
  • start_num คือตำแหน่งเริ่มต้นในข้อความต้นทางที่ต้องการค้นหา โดยจะเริ่มนับจาก 1 (ไม่ระบุก็ได้) ถ้าไม่ระบุจะถือว่าเป็น 1

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่างที่ 1

=FIND("m",A1)

ใช้ฟังก์ชัน FIND ค้นหาตัวอักษร “m” ในข้อความที่เก็บอยู่ในเซลล์ A1 โดยไม่ได้ระบุตำแหน่งเริ่มต้น จึงถือว่าให้เริ่มค้นหาตั้งแต่ตำแหน่งแรกเป็นต้นไป ซึ่งในข้อความต้นทางมีตัวอักษร “m” ปรากฏครั้งแรกอยู่ตำแหน่งที่ 5 ดังนั้นจึงได้ผลลัพธ์เป็น 5

ตัวอย่างที่ 2

=FIND("m",A1,6)

ใช้ฟังก์ชัน FIND ค้นหาตัวอักษร “m” ในข้อความที่เก็บอยู่ในเซลล์ A1 เหมือนตัวอย่างแรก แต่ระบุตำแหน่งเริ่มต้นเป็น 6 หมายความว่า ให้ค้นหาตั้งแต่ตัวอักษรลำดับที่ 6 เป็นต้นไป ซึ่งในข้อความต้นทางมีตัวอักษร “m” ปรากฏครั้งแรกอยู่ตำแหน่งที่ 5 แต่เราให้ค้นหาตั้งแต่ลำดับที่ 6 เป็นต้นไป ดังนั้นจึงข้ามลำดับที่ 5 ไป ได้ผลลัพธ์เป็น 11 เพราะเริ่มจากตัวอักษรลำดับที่ 6 ไป มีตัวอักษร “m” ปรากฏครั้งแรกอยู่ที่ลำดับที่ 11

ตัวอย่างที่ 3

=FIND("M",A1)

ใช้ฟังก์ชัน FIND ค้นหาตัวอักษร “M” ในเซลล์ A1 ซึ่งตัวอัก “m” มีอยู่ในลำดับที่ 5 เป็นลำดับแรก แต่จะถูกข้ามไปเพราะเป็นตัวพิมพ์เล็ก ถือว่าไม่ตรงตามสิ่งที่ค้นหาคือตัวอักษร “M” พิมพ์ใหญ่ จึงได้ผลลัพธ์เป็น 11 ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตัวอักษร “M” พิมพ์ใหญ่ ปรากฏเป็นครั้งแรก

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับฟังก์ชัน FIND

ถ้าสิ่งที่ค้นหาไม่มีอยู่ในข้อความต้นทาง จะเกิดข้อผิดพลาด

จากตัวอย่างค้นหาตัวอักษร “X” ซึ่งไม่มีอยู่ในข้อความต้นทางจึงเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา

=FIND("X",A1)

ถ้าข้อความที่ค้นหาเป็นสตริงว่าง “” (ไม่ใช่ช่องว่าง) จะได้ผลลัพธ์เป็น 1 เสมอ

ถ้าระบุตำแหน่งเริ่มต้น start_num น้อยกว่าหรือเท่ากับ 0 จะเกิดข้อผิดพลาด

ถ้าระบุตำแหน่งเริ่มต้น start_num มากกว่าความยาวของข้อความต้นทาง จะเกิดข้อผิดพลาด

ตัวอย่างการนำไปประยุกต์ใช้กับฟังก์ชันอื่น

ถ้าใช้ฟังก์ชัน FIND ค้นหาข้อความที่ต้องการแล้วได้ผัลลัพธ์กลับออกมาเป็นตัวเลขของตำแหน่งของข้อความที่หาเจอครั้งแรก เพียงแค่นี้อาจจะยังมองไม่เห็นประโยชน์ของมันนัก

เดี๋ยวเรามาลองประยุกต์ใช้ฟังก์ชัน FIND ร่วมกับฟังก์ชัน MID เพื่อตัดเอาข้อความบางส่วนที่ต้องการดูครับ

สมมติว่าเรามีข้อความ “ตัวเลขนำโชคของคุณคือ #954762#” และต้องการตัดเอาเฉพาะตัวเลข 6 หลักที่อยู่ภายในเครื่องหมาย ## เราสามารถใช้ฟังก์ชัน FIND ร่วมกับฟังก์ชัน MID มาตัดเอาสิ่งที่เราต้องการได้ ดังนี้

=MID(A1,FIND("#",A1)+1,6)

จากตัวอย่าง เราใช้ฟังก์ชัน MID เพื่อตัดเอาตัวเลข เริ่มจากตำแหน่งถัดจากตำแหน่งที่เครื่องหมาย # ปรากฏครั้งแรก โดยใช้ฟังก์ชัน FIND เข้ามาช่วยหาตำแหน่งของเครื่องหมาย # ดังกล่าวแล้วบวกด้วย 1 ก็จะได้ตำแหน่งแรกของตัวเลข แล้วตัดเอามา 6 ตัว ก็ได้ผลลัพธ์เป็นตัวเลข 6 หลักตามที่เราต้องการ