ฟังก์ชัน EXACT ใน Excel

ฟังก์ชัน EXACT ใน Excel ใช้สำหรับเปรียบเทียบข้อความสองข้อความว่า “เหมือนกันทุกตัวอักษรหรือไม่” โดยจะพิจารณาทั้งตัวพิมพ์เล็กและตัวพิมพ์ใหญ่ หากตรงกันเป๊ะ จะคืนค่า TRUE หากแตกต่างกันแม้เพียงเล็กน้อย จะคืนค่า FALSE ซึ่งเหมาะสำหรับงานตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ต้องเป๊ะทุกตัวอักษร เช่น รหัสผ่าน, รหัสสินค้า, หรือชื่อที่ต้องตรงเป๊ะแบบ case-sensitive

ประโยชน์ของฟังก์ชัน EXACT ใน Excel

  • ตรวจสอบความเหมือนกันของข้อความแบบ case-sensitive
  • ใช้ตรวจสอบข้อมูลนำเข้าจากหลายแหล่งว่าตรงกันหรือไม่
  • เหมาะสำหรับงานตรวจสอบรหัส, ตรวจคำตอบ, หรือการตรวจทานข้อมูล
  • ใช้ร่วมกับฟังก์ชัน IF เพื่อแจ้งเตือนเมื่อข้อมูลไม่ตรงกัน

รูปแบบการใช้งาน

=EXACT(text1, text2)
  • text1 (จำเป็น): ข้อความแรกที่ต้องการเปรียบเทียบ
  • text2 (จำเป็น): ข้อความที่สองที่ต้องการเปรียบเทียบกับข้อความแรก

ตัวอย่างการใช้งาน

=EXACT("apple", "apple")   →   TRUE  
=EXACT("apple", "Apple")   →   FALSE

ฟังก์ชัน EXACT ใน Excel กับการประยุกต์ใช้งาน

ตัวอย่างที่ 1: ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสที่กรอก

ฟังก์ชัน EXACT ใน Excel ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสที่กรอก

สูตรที่ใช้ (เซลล์ C2)

=EXACT(A2, B2)

ผลลัพธ์

ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสที่กรอก

ตัวอย่างที่ 2: ใช้ร่วมกับ IF เพื่อแจ้งเตือนว่า “รหัสไม่ตรง”

ข้อมูลตัวอย่างเหมือนเดิม แต่เพิ่มคอลัมน์เข้ามา

ใช้ฟังก์ชัน EXACT ใน Excel ร่วมกับ IF เพื่อแจ้งเตือนว่า “รหัสไม่ตรง”

สูตรที่ใช้ (เซลล์ D2)

=IF(EXACT(A2, B2), "✔ ตรงกัน", "✘ ไม่ตรงกัน")

ผลลัพธ์

ใช้ร่วมกับ IF เพื่อแจ้งเตือน

หมายเหตุ

  • ฟังก์ชัน EXACT ตรวจเปรียบเทียบแบบ case-sensitive ต่างจาก = ที่ไม่แยกตัวพิมพ์เล็ก/ใหญ่
  • ควรใช้กับข้อมูลที่ต้องการความเป๊ะ เช่น รหัสผ่าน, ID, username
  • หากต้องการตรวจแบบไม่แยกตัวพิมพ์เล็ก/ใหญ่ ใช้ =A1=B1 แทน

ข้อมูลอ้างอิง: EXACT function

แชร์เรื่องนี้