ฟังก์ชัน DISC ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณ “อัตราคิดลด (Discount Rate)” ของพันธบัตรหรือตราสารหนี้ที่ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย (Zero-Coupon Bond) โดยคิดจากราคาซื้อ, ราคาที่จะได้รับเมื่อครบกำหนด, และช่วงเวลาที่ถือครอง
DISC เหมาะกับการวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารที่ซื้อในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่ระบุ (face value) โดยเฉพาะในตลาดการเงิน เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรระยะสั้น หรือใบสำคัญแสดงสิทธิในหนี้
สูตรนี้ใช้งานง่าย และช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์และเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนจากตราสารแบบไม่มีดอกเบี้ยได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ประโยชน์ของฟังก์ชัน DISC ใน Excel
- คำนวณอัตราคิดลดของตราสารหนี้แบบไม่จ่ายดอกเบี้ย
- เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ Zero-Coupon Bond หรือ Treasury Bill
- รองรับวิธีการนับวันหลายแบบ เช่น 30/360, Actual/Actual
- ใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนในตลาดเงิน
- ช่วยในการเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนระยะสั้น
รูปแบบการใช้งาน (Syntax)
DISC(settlement, maturity, pr, redemption, [basis])
อาร์กิวเมนต์ที่ใช้ในฟังก์ชัน DISC มีดังนี้:
settlement– วันที่ซื้อหรือถือครองตราสารmaturity– วันครบกำหนดของตราสารpr– ราคาซื้อของตราสาร (ต่อมูลค่าที่ตราไว้ 100 บาท)redemption– มูลค่าที่จะได้รับคืนเมื่อครบกำหนด (มักเป็น 100)basis(ไม่บังคับ) – วิธีนับวันในปี:- 0 = 30/360 (ค่าเริ่มต้น)
- 1 = Actual/Actual
- 2 = Actual/360
- 3 = Actual/365
- 4 = 30E/360 (แบบยุโรป)
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานฟังก์ชัน DISC ใน Excel
ตัวอย่างที่ 1: คำนวณอัตราคิดลดของพันธบัตรระยะสั้น
สมมตินักลงทุนซื้อพันธบัตรในราคา 97.5 บาท ซึ่งจะได้รับคืน 100 บาทในอีก 6 เดือน ต้องการคำนวณอัตราคิดลด
| A | B | C | D | E |
|---|---|---|---|---|
| วันที่ซื้อ | วันครบกำหนด | ราคา | รับคืน | basis |
| 01/01/2024 | 01/07/2024 | 97.5 | 100 | 0 |
สูตร
=DISC(A2, B2, C2, D2, E2)

- Excel คำนวณจำนวนวันระหว่างวันที่ 01/01/2024 ถึง 01/07/2024 ตามระบบ 30/360 → เท่ากับ 180 วัน
- นำราคาซื้อ (97.5) และมูลค่าคืน (100) ไปเข้าสูตรอัตราคิดลด
- คำนวณอัตราคิดลดแบบ Linear → ผลลัพธ์ = 0.05 หรือ 5%
ผลลัพธ์
0.05

ตัวอย่างที่ 2: ใช้วิธีนับวันแบบ Actual/365
ต้องการคำนวณอัตราคิดลดโดยใช้การนับวันจริง (Actual) 365 วันต่อปี
| A | B | C | D | E |
|---|---|---|---|---|
| วันที่ซื้อ | วันครบกำหนด | ราคา | รับคืน | basis |
| 01/01/2024 | 01/07/2024 | 97.5 | 100 | 3 |
สูตร เปลี่ยนค่า basis เป็น 3
=DISC(A2, B2, C2, D2, 3)
หรืออ้างอิงเซลล์ที่เก็บค่า basis
=DISC(A2, B2, C2, D2, E2)

- นับวันจริงระหว่างวันที่ ได้ 182 วัน
- ใช้สูตรคิดอัตราคิดลดแบบ Actual/365
- ผลลัพธ์แตกต่างจากตัวอย่างที่แล้วเล็กน้อย
ผลลัพธ์
0.050137
หรือ 5.013%

ตัวอย่างที่ 3: เปรียบเทียบผลตอบแทนจากตั๋วเงินคลัง 3 เดือน
สมมติว่าต้องการเปรียบเทียบอัตราคิดลดของตั๋วเงินคลังที่ซื้อในราคาต่างกัน ซึ่งมีข้อมูลดังนี้
| A | B | C | D | E |
|---|---|---|---|---|
| วันที่ซื้อ | วันครบกำหนด | ราคา | รับคืน | basis |
| 01/01/2024 | 01/04/2024 | 98 | 100 | 0 |
| 01/01/2024 | 01/04/2024 | 97 | 100 | 0 |
| 01/01/2024 | 01/04/2024 | 99 | 100 | 0 |
สูตร
=DISC(A2, B2, C2, D2, E2)

- ช่วงเวลาคือ 90 วัน (30/360)
- อัตราคิดลดสูงขึ้นตามราคาซื้อลดลง
- ใช้เปรียบเทียบความคุ้มค่าของการลงทุนในตราสารระยะสั้น
ผลลัพธ์

ตัวอย่างที่ 4: ใช้ฟังก์ชัน DISC ใน Excel วิเคราะห์เงินฝากระยะสั้น (จำลองตราสาร)
สมมติธนาคารเสนอเงินฝากไม่จ่ายดอกเบี้ย แต่จ่ายคืนเต็มจำนวนใน 1 ปี → ใช้ DISC คำนวณอัตราผลตอบแทน
| A | B | C | D | E |
|---|---|---|---|---|
| วันที่ซื้อ | วันครบกำหนด | ราคา | รับคืน | basis |
| 01/01/2024 | 01/01/2025 | 95 | 100 | 1 |
สูตร
=DISC(A2, B2, C2, D2, E2)

- นับวันจริงระหว่างปี ได้ 366 วัน (ปีอธิกสุรทิน)
- ใช้ basis = 1 หมายถึง นับวันแบบ Actual/Actual
- ได้อัตราคิดลดจากเงินลงทุน 95 คืน 100 = 5%
ผลลัพธ์
0.500000

ตัวอย่างที่ 5: ใช้ฟังก์ชัน DISC ใน Excel ร่วมกับ IFERROR เพื่อป้องกัน error กรณีกรอกวันที่ผิด
บางกรณีอาจกรอกวันที่ผิด เช่น settlement > maturity ทำให้สูตรพัง เราสามารถใช้ฟังก์ชัน IFERROR เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดได้
สูตร
=IFERROR(DISC(A3, B2, C3, D2, E2), "ข้อมูลไม่ถูกต้อง")

- ตรวจสอบว่า DISC ทำงานได้หรือไม่
- หากเกิดข้อผิดพลาด จะคืนค่า “ข้อมูลไม่ถูกต้อง”
ผลลัพธ์

หมายเหตุ
- วันที่
settlementต้องน้อยกว่าmaturityมิฉะนั้นจะเกิดข้อผิดพลาด #NUM! - ถ้าไม่กำหนดพารามิเตอร์
basisจะใช้ 30/360 เป็นค่าเริ่มต้น - ค่าผลลัพธ์ของ DISC เป็น อัตราคิดลดรายปี
สรุป
ฟังก์ชัน DISC ใน Excel ช่วยให้นักวิเคราะห์สามารถคำนวณอัตราคิดลดของตราสารหนี้ระยะสั้นได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะสำหรับตราสารที่ไม่มีดอกเบี้ย เช่น ตั๋วเงินคลังหรือพันธบัตรส่วนลด การใช้งานร่วมกับฐานการนับวันที่ต่าง ๆ ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ผลตอบแทนได้อย่างหลากหลาย เหมาะกับทั้งงานวางแผนการเงิน และการเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนในตลาดเงิน
ข้อมูลอ้างอิง: DISC function
