ฟังก์ชัน CONCAT ใน Excel

ฟังก์ชัน CONCAT ใน Excel ใช้สำหรับ เชื่อมข้อความจากหลายเซลล์ หลายค่า หรือช่วงของเซลล์เข้าด้วยกัน เป็นข้อความเดียว โดยเป็นฟังก์ชันรุ่นปรับปรุงจาก CONCATENATE สามารถทำงานได้ยืดหยุ่นและรองรับการเชื่อมข้อมูลจากช่วงเซลล์ได้โดยตรง

การใช้ฟังก์ชัน CONCAT ช่วยลดความยุ่งยากเมื่อต้องเชื่อมข้อมูลจำนวนมาก เพราะสามารถเลือกช่วงเซลล์ทั้งหมดได้ ไม่ต้องระบุทีละเซลล์เหมือนฟังก์ชัน CONCATENATE

ประโยชน์ของฟังก์ชัน CONCAT ใน Excel

  • เชื่อมข้อความจากหลายเซลล์หรือหลายช่วงข้อมูลได้สะดวก
  • ลดจำนวนอาร์กิวเมนต์ที่ต้องระบุเมื่อเทียบกับ CONCATENATE
  • ใช้งานได้กับข้อมูลจำนวนมากในรูปแบบช่วงเซลล์ (Range)
  • ทำงานได้รวดเร็วในเวิร์กชีตที่มีข้อมูลหลายบรรทัด

รูปแบบการใช้งาน (Syntax)

=CONCAT(text1, [text2], …)

อาร์กิวเมนต์ที่ใช้ในฟังก์ชัน CONCAT มีดังนี้

  • text1: ข้อความ เซลล์ หรือช่วงเซลล์แรกที่ต้องการเชื่อม
  • text2, ...: ข้อความหรือช่วงข้อมูลเพิ่มเติมที่ต้องการเชื่อม

ตัวอย่างการใช้งาน

=CONCAT("Excel", " ", "Function")

ผลลัพธ์

Excel Function

  • เชื่อมข้อความ “Excel” กับช่องว่าง ” ” และ “Function”
  • ได้ผลลัพธ์เป็นข้อความเดียวว่า “Excel Function”
  • สามารถใส่ข้อความหรือช่วงข้อมูลได้หลายรายการ

ฟังก์ชัน CONCAT ใน Excel กับการประยุกต์ใช้งาน

ตัวอย่าง: ต้องการรวมรหัสสินค้าและชื่อสินค้าเข้าด้วยกันในรูปแบบใหม่ เพื่อใช้สร้างรายการแสดงผลในระบบอัตโนมัติ

สูตรในเซลล์ C2

=CONCAT(A2," - ",B2)
ใช้ฟังก์ชัน CONCAT ใน Excel รวมรหัสสินค้าและชื่อสินค้าเข้าด้วยกัน

ผลลัพธ์

ผลลัพธ์การใช้ฟังก์ชัน CONCAT ใน Excel รวมรหัสสินค้าและชื่อสินค้าเข้าด้วยกัน
  • เชื่อมรหัสสินค้าใน A2 กับช่องว่าง-ขีด-ช่องว่าง " - " และชื่อสินค้าใน B2
  • ได้ข้อมูลแบบรวม เช่น “P001 – โต๊ะทำงาน”
  • ข้อมูลพร้อมนำไปใช้งานในระบบอัตโนมัติหรือตารางแสดงผล

หมายเหตุ

  • ฟังก์ชัน CONCAT ไม่สามารถกำหนดตัวคั่น (delimiter) ได้โดยตรงเหมือน TEXTJOIN
  • หากต้องการใส่ตัวคั่นระหว่างข้อความหลายรายการ แนะนำให้ใส่ตัวคั่นเอง เช่น " - " หรือใช้ TEXTJOIN แทน
  • ฟังก์ชัน CONCAT ใช้งานง่ายและสะดวกกว่าฟังก์ชัน CONCATENATE

ข้อมูลอ้างอิง: CONCAT function

แชร์เรื่องนี้