ฟังก์ชัน RIGHT ใน Excel

ฟังก์ชัน RIGHT ใน Excel ใช้สำหรับ ดึงข้อความจากด้านขวาของสตริง ตามจำนวนอักขระที่กำหนด เป็นฟังก์ชันที่ช่วยในการแยกข้อมูลที่มีรูปแบบแน่นอน เช่น รหัสสินค้า หมายเลขบัญชี หรือเลขที่เอกสาร

การใช้ฟังก์ชัน RIGHT ช่วยให้การจัดการข้อมูลที่อยู่ด้านท้ายของข้อความทำได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ โดยไม่ต้องทำการตัดข้อความเอง

ประโยชน์ของฟังก์ชัน RIGHT ใน Excel

  • ดึงข้อมูลจากด้านขวาของข้อความได้อย่างรวดเร็ว
  • ช่วยแยกข้อมูล เช่น รหัสหมวดสินค้า, ปีที่ระบุท้ายข้อความ, หมายเลขเอกสาร
  • ใช้งานร่วมกับฟังก์ชันอื่น ๆ เช่น LEN, MID, FIND เพื่อประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อนได้
  • เหมาะสำหรับงานบัญชี งานเอกสาร และงานวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ

รูปแบบการใช้งาน (Syntax)

RIGHT(text, [num_chars])

อาร์กิวเมนต์ที่ใช้ในฟังก์ชัน RIGHT มีดังนี้

  • text: ข้อความที่ต้องการดึงอักขระจากด้านขวา
  • num_chars (ไม่บังคับ): จำนวนอักขระที่ต้องการดึง (ถ้าไม่ระบุ จะดึงมา 1 ตัวอักษร)

ตัวอย่างการใช้งานฟังก์ชัน RIGHT ใน Excel

=RIGHT("TH2024", 4)

ผลลัพธ์

2024

  • ข้อความที่ใช้คือ “TH2024”
  • ต้องการดึง 4 ตัวอักษรจากด้านขวา
  • ผลลัพธ์ที่ได้คือ “2024”

การประยุกต์ใช้งานฟังก์ชัน RIGHT ใน Excel

ตัวอย่างที่ 1: ดึงปีที่ระบุในรหัสลูกค้า

โจทย์: ต้องการดึงปีที่ระบุในรหัสลูกค้าจากข้อมูลที่เก็บในรูปแบบ “CL-xxxx” ซึ่งตัวเลข 4 หลักสุดท้ายคือตัวระบุปีที่ลูกค้าสมัคร

ใช้ฟังก์ชัน RIGHT ใน Excel ดึงปีที่ระบุในรหัสลูกค้า

สูตรในเซลล์ B2

=RIGHT(A2, 4)

ผลลัพธ์

ผลลัพธ์จากการใช้ฟังก์ชัน RIGHT ใน Excel ดึงปีที่ระบุในรหัสลูกค้า
  • ดึงอักขระ 4 ตัวจากทางขวาของรหัสลูกค้า
  • ได้ปีที่ลูกค้าสมัคร: 2021, 2022 และ 2023 ตามลำดับ
  • ข้อมูลพร้อมนำไปวิเคราะห์หรือจัดกลุ่มลูกค้าได้สะดวก

ตัวอย่างที่ 2: ดึงเลขท้ายรหัสสินค้า

โจทย์: ต้องการดึงเลข 3 ตัวท้ายจากรหัสสินค้า

ข้อมูลตัวอย่าง

รหัสสินค้า
P00123
P00234
P00345
P00456

สูตร (ใน B2)

=RIGHT(A2,3)
ใช้ฟังก์ชัน RIGHT ใน Excel ดึงเลขท้ายรหัสสินค้า

ผลลัพธ์

ดึงเลข 3 ตัวท้ายจากรหัสสินค้า

หมายเหตุ

  • หากไม่ระบุ num_chars ฟังก์ชัน RIGHT จะดึงมาเพียง 1 ตัวอักษรจากด้านขวาสุด
  • ฟังก์ชัน RIGHT จะนับตัวอักษรรวมถึงตัวเลข, ตัวอักษรพิเศษ และช่องว่าง
  • ใช้ร่วมกับ ฟังก์ชัน LEN, ฟังก์ชัน MID และ ฟังก์ชัน LEFT เพื่อการจัดการข้อความที่ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น

ตัวอย่างที่ 3: ดึงนามสกุลไฟล์

โจทย์: ต้องการดึงนามสกุลไฟล์จากชื่อไฟล์

ข้อมูลตัวอย่าง

ชื่อไฟล์
report.xlsx
budget.csv
presentation.pptx
image.jpg

สูตร

=RIGHT(A2,LEN(A2)-FIND(".",A2))
ใช้ฟังก์ชัน RIGHT ใน Excel ดึงนามสกุลไฟล์จากชื่อไฟล์
  • FIND(".",A2) → หาตำแหน่งจุด
  • LEN(A2)-FIND(".",A2) → คำนวณความยาวนามสกุล
  • RIGHT() → ดึงนามสกุลออกมา

ผลลัพธ์

การดึงนามสกุลไฟล์จากชื่อไฟล์

ตัวอย่างที่ 4: ดึงอักษรย่อท้ายชื่อ

โจทย์: ต้องการดึงอักษร 2 ตัวท้ายจากชื่อย่อแผนก

ข้อมูลตัวอย่าง

ชื่อย่อแผนก
HR01
IT02
MK03
FN04

สูตร

=RIGHT(A2,2)
ใช้ฟังก์ชัน RIGHT ใน Excel ดึงอักษรย่อท้ายชื่อ

ผลลัพธ์

ดึงอักษร 2 ตัวท้ายจากชื่อย่อแผนก

ตัวอย่างที่ 5: ใช้ฟังก์ชัน RIGHT ใน Excel ร่วมกับ VALUE เพื่อแปลงเป็นตัวเลข

โจทย์: ต้องการดึงเลข 4 ตัวท้ายจากรหัสลูกค้าและแปลงเป็นตัวเลข

ข้อมูลตัวอย่าง

รหัสลูกค้า
CUST0001
CUST0002
CUST0003
CUST0004

สูตร

=VALUE(RIGHT(A2,4))
ใช้ฟังก์ชัน RIGHT ใน Excel ร่วมกับ VALUE เพื่อแปลงเป็นตัวเลข

ผลลัพธ์

ดึงเลข 4 ตัวท้ายจากรหัสลูกค้าและแปลงเป็นตัวเลข

คำแนะนำเพิ่มเติมในการใช้งาน

  • ถ้าไม่ใส่ [num_chars] ฟังก์ชัน RIGHT จะดึงแค่ 1 ตัวอักษร
  • สามารถใช้ร่วมกับฟังก์ชัน LEN, FIND เพื่อคำนวณความยาวที่ต้องดึง
  • ถ้าต้องการแปลงผลลัพธ์เป็นตัวเลข แนะนำให้ใช้ฟังก์ชัน VALUE ครอบ
  • ระวังข้อมูลที่มีความยาวไม่พอ อาจทำให้ผลลัพธ์ว่างหรือ error ได้

สรุป

ฟังก์ชัน RIGHT ใน Excel เป็นเครื่องมือจัดการข้อความที่ง่ายแต่ประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับการดึงข้อมูลส่วนท้าย เช่น เลขรหัส, นามสกุลไฟล์, อักษรย่อ การเข้าใจการใช้ฟังก์ชัน RIGHT และการต่อยอดกับฟังก์ชันอื่น เช่น VALUE, LEN, FIND จะช่วยให้เราสามารถจัดการข้อมูลได้อย่างคล่องแคล่วและเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น

ข้อมูลอ้างอิง: RIGHT function

แชร์เรื่องนี้