ฟังก์ชัน AVERAGEA ใน Excel

ฟังก์ชัน AVERAGEA ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ของค่าหลายรายการ โดย รวมค่าที่เป็นข้อความ (ในบางกรณี) และค่าตรรกะ (TRUE/FALSE) เข้ามาร่วมในการคำนวณด้วย ซึ่งแตกต่างจากฟังก์ชัน AVERAGE ที่จะนับเฉพาะค่าตัวเลขเท่านั้น

ฟังก์ชัน AVERAGEA มีประโยชน์ในสถานการณ์ที่ข้อมูลมีการผสมกันระหว่างตัวเลข ค่าตรรกะ และข้อความ เช่น “ผ่าน”, TRUE, FALSE, หรือเว้นว่าง ซึ่งเราต้องการให้สิ่งเหล่านี้มีผลในการคำนวณค่าเฉลี่ย

ฟังก์ชันนี้เหมาะสำหรับใช้ในงานด้านสถิติทั่วไป ระบบสอบผ่าน/ไม่ผ่าน และสถานการณ์ที่ต้องการคำนวณผลจากค่าที่หลากหลายประเภท

ประโยชน์ของฟังก์ชัน AVERAGEA ใน Excel

  • คำนวณค่าเฉลี่ยโดยรวมค่าตรรกะและข้อความ
  • ใช้กับชุดข้อมูลที่ไม่ใช่ตัวเลขล้วนได้
  • เหมาะกับการประเมินผลที่มี TRUE/FALSE
  • ช่วยให้เห็นภาพรวมของข้อมูลแบบผสม
  • ใช้กับแบบสอบถามหรือฟอร์มประเมินผลได้ดี

รูปแบบการใช้งาน (Syntax)

AVERAGEA(value1, [value2], ...)

อาร์กิวเมนต์:

  • value1 – ค่าหรือช่วงข้อมูลแรกที่ต้องการคำนวณ
  • value2 (ไม่บังคับ) – ค่าหรือช่วงเพิ่มเติม (สามารถใส่หลายช่วง)

ความแตกต่างระหว่าง AVERAGE และ AVERAGEA

ประเภทข้อมูลAVERAGEAVERAGEA
ตัวเลขรวมรวม
TRUEไม่รวมคิดเป็น 1
FALSEไม่รวมคิดเป็น 0
ข้อความ (เช่น “สอบผ่าน”)ไม่รวมคิดเป็น 0
เซลล์ว่างไม่รวมไม่รวม

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานฟังก์ชัน AVERAGEA ใน Excel

ตัวอย่างที่ 1: หาค่าเฉลี่ยจากค่าที่มี TRUE และ FALSE

สมมติว่ามีข้อมูลผลการประเมินว่าพนักงานแต่ละคนผ่านการประเมินหรือไม่ โดยใช้ TRUE/FALSE และต้องการหาค่าเฉลี่ยในภาพรวม

ผลการประเมิน
TRUE
FALSE
TRUE
TRUE

สูตร

=AVERAGEA(A2:A5)
ฟังก์ชัน AVERAGEA ใน Excel หาค่าเฉลี่ยจากค่าที่มี TRUE และ FALSE

การทำงานของสูตร:

  • แปลง TRUE เป็น 1, FALSE เป็น 0 ได้ {1, 0, 1, 1}
  • รวม = 1 + 0 + 1 + 1 = 3
  • จำนวนค่าทั้งหมด = 4
  • ค่าเฉลี่ย = 3 ÷ 4 = 0.75

ผลลัพธ์

0.75

ผลลัพธ์จากการหาค่าเฉลี่ยจากค่าที่มี TRUE และ FALSE

ตัวอย่างที่ 2: ใช้ฟังก์ชัน AVERAGEA ใน Excel หาค่าเฉลี่ยจากคะแนนสอบที่บางเซลล์เป็น FALSE

สมมติว่ามีคะแนนสอบบางรายการและบางเซลล์แสดงค่า FALSE แทนกรณีที่ไม่เข้าสอบ ต้องการหาค่าเฉลี่ยคะแนนสอบ

คะแนน
80
FALSE
70
90

สูตร

=AVERAGEA(A2:A5)
ฟังก์ชัน AVERAGEA ใน Excel หาค่าเฉลี่ยจากคะแนนสอบที่บางเซลล์เป็น FALSE
  • FALSE ถูกแปลงค่าเป็น 0
  • ข้อมูลแปลงเป็น {80, 0, 70, 90}
  • รวม = 240
  • จำนวน = 4
  • ค่าเฉลี่ย = 240 ÷ 4 = 60

ผลลัพธ์

60

ผลลัพธ์จากการหาค่าเฉลี่ยจากคะแนนสอบที่บางเซลล์เป็น FALSE

ตัวอย่างที่ 3: หาค่าเฉลี่ยจากข้อมูลที่มี TRUE ผสมกับตัวเลข

สมมติว่าต้องการหาค่าเฉลี่ยจากข้อมูลที่มีทั้งคะแนนและ TRUE/ FALSE

คะแนน
85
TRUE
70
TRUE

สูตร

=AVERAGEA(A2:A5)
ฟังก์ชัน AVERAGEA ใน Excel หาค่าเฉลี่ยจากข้อมูลที่มี TRUE ผสมกับตัวเลข
  • TRUE ถูกแปลงค่าเป็น 1
  • ข้อมูลแปลงเป็น {85, 1, 70, 1}
  • รวม = 157
  • จำนวน = 4
  • ค่าเฉลี่ย = 157 ÷ 4 = 39.25
การหาค่าเฉลี่ยจากข้อมูลที่มีทั้งคะแนนและ TRUE/ FALSE

ตัวอย่างที่ 4: ใช้ฟังก์ชัน AVERAGEA ใน Excel หาค่าเฉลี่ยจากแบบประเมินที่มีคะแนน และข้อความ

สมมติว่าแบบประเมินมีทั้งคะแนนจริง และคำว่า “ไม่มีข้อมูล” แทรกอยู่ ต้องการให้ข้อความถูกนับเป็น 0

คะแนน
5
4
ไม่มีข้อมูล
3

สูตร

=AVERAGEA(A2:A5)
ฟังก์ชัน AVERAGEA ใน Excel หาค่าเฉลี่ยจากแบบประเมินที่มีคะแนน และข้อความ
  • ข้อความ “ไม่มีข้อมูล” ถูกแปลงเป็น 0
  • ข้อมูลแปลงเป็น {5, 4, 0, 3}
  • รวม = 12
  • จำนวน = 4
  • ค่าเฉลี่ย = 12 ÷ 4 = 3

ผลลัพธ์

3

ผลลัพธ์การหาค่าเฉลี่ยจากแบบประเมินที่มีคะแนน และข้อความ

หมายเหตุ

  • TRUE จะถูกแปลงค่าเป็น 1, FALSE จะถูกแปลงค่าเป็น 0
  • ข้อความใด ๆ (ยกเว้นเซลล์ว่าง) จะถูกแปลงค่าเป็น 0
  • เซลล์ว่าง จะไม่ถูกนับในจำนวนรวม
  • หากต้องการรวมเฉพาะตัวเลข ให้ใช้ ฟังก์ชัน AVERAGE แทน

สรุป

ฟังก์ชัน AVERAGEA ใน Excel ช่วยให้เราสามารถคำนวณค่าเฉลี่ยได้แม้ข้อมูลจะไม่ใช่ตัวเลขทั้งหมด โดยรองรับค่าตรรกะและข้อความ เหมาะสำหรับแบบประเมินที่มี TRUE/FALSE, คำว่า “ผ่าน”, หรือ “ไม่มีข้อมูล” ฟังก์ชันนี้ทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลายเป็นไปได้ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น

ข้อมูลอ้างอิง: AVERAGEA function

แชร์เรื่องนี้