ฟังก์ชัน ACCRINT ใน Excel เป็นฟังก์ชันที่ใช้สำหรับคำนวณ “ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นสะสม” สำหรับพันธบัตร (Bonds) หรือเครื่องมือทางการเงินที่มีการจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด โดยระบุวันที่ออก, วันซื้อ, วันครบกำหนด, อัตราดอกเบี้ย และจำนวนงวดการจ่ายดอกเบี้ย
ฟังก์ชันนี้เหมาะสำหรับนักบัญชี ฝ่ายการเงิน หรือผู้ดูแลพอร์ตการลงทุนที่ต้องการทราบว่าในช่วงเวลาระหว่างวันออกตราสารและวันชำระดอกเบี้ยถัดไป มีดอกเบี้ยสะสมเกิดขึ้นเท่าใด เพื่อใช้ในการบันทึกบัญชีหรือวางแผนภาษี
นอกจากนั้น ฟังก์ชันนี้ยังรองรับการตั้งค่าการคำนวณวันแบบต่าง ๆ เช่น แบบจริง/จริง (Actual/Actual), แบบ 30/360, และอื่น ๆ อีกหลายแบบ จึงสามารถใช้ในสถานการณ์การคำนวณได้อย่างยืดหยุ่นตามเงื่อนไขของพันธบัตรแต่ละประเภท
ประโยชน์ของฟังก์ชัน ACCRINT ใน Excel
- คำนวณดอกเบี้ยสะสมของพันธบัตรได้อย่างแม่นยำ
- รองรับรูปแบบการจ่ายดอกเบี้ยทั้งรายปี, ครึ่งปี, รายไตรมาส หรือรายเดือน
- ใช้ได้กับการบริหารพอร์ตการลงทุน หรืองานบัญชีที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้
- ปรับการคำนวณตามรูปแบบวันได้ เช่น 30/360 หรือ Actual/Actual
- ประยุกต์ใช้กับการวางแผนรายได้จากดอกเบี้ยได้
รูปแบบการใช้งาน (Syntax)
ACCRINT(issue, first_interest, settlement, rate, par, frequency, [basis])
อาร์กิวเมนต์ที่ใช้ในฟังก์ชัน ACCRINT มีดังนี้:
issue– วันที่ออกพันธบัตร (วันเริ่มนับดอกเบี้ย)first_interest– วันครบกำหนดการจ่ายดอกเบี้ยครั้งแรกsettlement– วันที่ถือครองพันธบัตร (วันซื้อ)rate– อัตราดอกเบี้ยต่อปี (Annual Coupon Rate)par– ราคาหน้าตั๋วของพันธบัตร (Face Value) โดยทั่วไปคือ 1,000frequency– ความถี่ในการจ่ายดอกเบี้ย- 1 = รายปี
- 2 = ครึ่งปี
- 4 = รายไตรมาส
basis(ไม่บังคับ) – วิธีการนับวัน- 0 = 30/360 (แบบทั่วไปของสหรัฐ – ค่าเริ่มต้น)
- 1 = Actual/Actual
- 2 = Actual/360
- 3 = Actual/365
- 4 = 30E/360 (แบบยุโรป)
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานฟังก์ชัน ACCRINT ใน Excel
ตัวอย่างที่ 1: คำนวณดอกเบี้ยสะสมแบบรายปี (30/360)
สถานการณ์: บริษัท A ต้องการคำนวณดอกเบี้ยสะสมของพันธบัตรที่ออกเมื่อ 1 ม.ค. 2024 และจะจ่ายดอกเบี้ยครั้งแรกในวันที่ 1 ม.ค. 2025 นักลงทุนซื้อพันธบัตรในวันที่ 1 ก.ค. 2024 อัตราดอกเบี้ย 5% ราคาพาร์ 1,000 บาท จ่ายปีละครั้ง
| A | B |
|---|---|
| วันที่ออก (issue) | 01/01/2024 |
| วันจ่ายดอกเบี้ยครั้งแรก | 01/01/2025 |
| วันที่ถือครอง (settlement) | 01/07/2024 |
| อัตราดอกเบี้ย (rate) | 0.05 |
| ราคาพาร์ (par) | 1000 |
| ความถี่การจ่ายดอกเบี้ย | 1 |
| วิธีนับวัน (basis) | 0 |
สูตรในเซลล์ B8
=ACCRINT(B1,B2,B3,B4,B5,B6,B7)

- จำนวนวันระหว่างวันที่ออกถึงวันซื้อ = 180 วัน (30/360)
- ดอกเบี้ยต่อปี = 0.05 x 1,000 = 50
- ดอกเบี้ยสะสม = 180/360 × 50 = 25
ผลลัพธ์
25

ตัวอย่างที่ 2: คำนวณดอกเบี้ยสะสมแบบรายครึ่งปี
สถานการณ์:
- บริษัท B ออกพันธบัตรในวันที่ 1 เม.ย. 2024
- จะจ่ายดอกเบี้ยครั้งแรกวันที่ 1 ต.ค. 2024
- นักลงทุนถือพันธบัตรในวันที่ 1 ก.ค. 2024
- อัตราดอกเบี้ย 6%
- พาร์ 1,000
- ความถี่ในการจ่ายดอกเบี้ยเป็นแบบครึ่งปี
| A | B |
|---|---|
| วันที่ออก | 01/04/2024 |
| วันจ่ายดอกเบี้ยครั้งแรก | 01/10/2024 |
| วันที่ถือครอง | 01/07/2024 |
| อัตราดอกเบี้ย | 0.06 |
| ราคาพาร์ | 1000 |
| ความถี่การจ่ายดอกเบี้ย | 2 |
| วิธีนับวัน | 0 |
สูตรในเซลล์ B8
=ACCRINT(B1,B2,B3,B4,B5,B6,B7)

- ระยะเวลาจาก 1 เม.ย. ถึง 1 ก.ค. = 90 วัน
- ดอกเบี้ยต่อปี = 6% ของ 1,000 = 60
- ดอกเบี้ยสะสม = 90/360 × 60 = 15
ผลลัพธ์
15

ตัวอย่างที่ 3: ใช้ฟังก์ชัน ACCRINT ใน Excel โดยการนับวันแบบ Actual/Actual
สถานการณ์: นักลงทุนซื้อพันธบัตรในวันที่ 15 มี.ค. 2024 ซึ่งออกเมื่อ 1 ม.ค. 2024 และจะจ่ายดอกเบี้ยครั้งแรก 1 ม.ค. 2025 ดอกเบี้ย 4%, พาร์ 1,000 บาท ใช้ basis = 1
| A | B |
|---|---|
| วันที่ออก | 01/01/2024 |
| วันจ่ายดอกเบี้ยครั้งแรก | 01/01/2025 |
| วันที่ถือครอง | 15/03/2024 |
| อัตราดอกเบี้ย | 0.04 |
| ราคาพาร์ | 1000 |
| ความถี่การจ่ายดอกเบี้ย | 1 |
| วิธีนับวัน (basis) | 1 |
สูตรในเซลล์ B8
=ACCRINT(B1,B2,B3,B4,B5,B6,B7)

- ระยะเวลา = 74 วัน (จาก 1 ม.ค. ถึง 15 มี.ค.)
- ปี 2024 = 366 วัน (ปีอธิกสุรทิน)
- ดอกเบี้ยสะสม = (74 / 366) × 4% × 1,000 = 8.09
ผลลัพธ์
8.09

ตัวอย่างที่ 4: ซื้อใกล้วันจ่ายดอกเบี้ย
สถานการณ์: นักลงทุนซื้อพันธบัตรในวันที่ 20 ธ.ค. 2024 ซึ่งออกเมื่อ 1 ม.ค. 2024 และจะจ่ายดอกเบี้ยวันที่ 1 ม.ค. 2025 ดอกเบี้ย 4%, พาร์ 1,000, basis = 0
| A | B |
|---|---|
| วันที่ออก | 01/01/2024 |
| วันจ่ายดอกเบี้ยครั้งแรก | 01/01/2025 |
| วันที่ถือครอง | 20/12/2024 |
| อัตราดอกเบี้ย | 0.04 |
| ราคาพาร์ | 1000 |
| ความถี่การจ่ายดอกเบี้ย | 1 |
| วิธีนับวัน | 0 |
สูตร
=ACCRINT(B1,B2,B3,B4,B5,B6,B7)

- ระยะเวลา = 354 วัน (30/360)
- ดอกเบี้ยต่อปี = 40 บาท
- ดอกเบี้ยสะสม = 354 / 360 × 40 = 38.78
ผลลัพธ์
38.78

ตัวอย่างที่ 5: ฟังก์ชัน ACCRINT ใน Excel คำนวณดอกเบี้ยสะสมแบบรายไตรมาส
สถานการณ์:
- บริษัท C ออกพันธบัตรวันที่ 1 ม.ค. 2024
- จะจ่ายดอกเบี้ยรายไตรมาส (1 เม.ย. 2024)
- นักลงทุนซื้อพันธบัตรในวันที่ 15 ก.พ. 2024
- อัตราดอกเบี้ย 8%
- พาร์ 1,000
| A | B |
|---|---|
| วันที่ออก | 01/01/2024 |
| วันจ่ายดอกเบี้ยครั้งแรก | 01/04/2024 |
| วันที่ถือครอง | 15/02/2024 |
| อัตราดอกเบี้ย | 0.08 |
| ราคาพาร์ | 1000 |
| ความถี่การจ่ายดอกเบี้ย | 4 |
| วิธีนับวัน | 0 |
สูตรในเซลล์ B8:
=ACCRINT(B1,B2,B3,B4,B5,B6,B7)

- ระยะเวลา = 45 วัน
- ดอกเบี้ยต่อปี = 8% ของ 1,000 = 80 บาท
- ดอกเบี้ยสะสม = 9.78
ผลลัพธ์
9.78

หมายเหตุ
- ฟังก์ชัน ACCRINT ใช้ได้ใน Excel 365 และ Excel 2013 ขึ้นไป
- ค่า
parควรเป็น 1,000 เว้นแต่ตราสารกำหนดไว้ต่างจากนี้ - หาก
settlement<issueฟังก์ชัน ACCRINT จะคืนค่า #NUM! - ใช้ร่วมกับ ฟังก์ชัน ACCRINTM เพื่อดูดอกเบี้ยสะสมถึงวันครบกำหนด
สรุป
ฟังก์ชัน ACCRINT ใน Excel ช่วยให้เราสามารถคำนวณดอกเบี้ยสะสมจากตราสารหนี้ได้อย่างถูกต้องตามเงื่อนไขของพันธบัตรแต่ละประเภท โดยสามารถปรับระยะเวลาการจ่ายและวิธีการนับวันได้อย่างยืดหยุ่น เหมาะสำหรับงานบัญชี การเงิน และการวางแผนการลงทุนในตราสารหนี้อย่างมืออาชีพ
ข้อมูลอ้างอิง: ACCRINT function
