ฟังก์ชัน WRAPROWS ใน Excel

ฟังก์ชัน WRAPROWS ใน Excel เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array รุ่นใหม่ที่เปิดตัวใน Excel 365 ซึ่งช่วยให้เราสามารถจัดเรียงข้อมูลแบบเวกเตอร์ (แนวยาว) ให้อยู่ในรูปแบบหลายแถวตามจำนวนคอลัมน์ที่ต้องการ โดย Excel จะเติมค่าลงจากซ้ายไปขวา แล้วขึ้นแถวใหม่โดยอัตโนมัติ

ฟังก์ชันนี้เหมาะกับงานที่ต้องการจัดข้อมูลให้ดูเรียบร้อยเป็นตาราง เช่น ข้อมูลรายการสินค้า, ลำดับคะแนน, รหัสสินค้า, หรือชื่อผู้ใช้ โดยไม่ต้องคัดลอกวางหรือใช้สูตรซับซ้อนอีกต่อไป

ประโยชน์ของฟังก์ชัน WRAPROWS ใน Excel

  • ช่วยจัดเรียงข้อมูลยาวๆ ออกเป็นหลายแถว
  • เหมาะกับงานที่ต้องนำเสนอข้อมูลแบบตาราง
  • ใช้แทนการจัดด้วยมือหรือการคัดลอกวางหลายครั้ง
  • ทำงานร่วมกับฟังก์ชันอื่นได้ เช่น SEQUENCE, UNIQUE
  • ทำให้ข้อมูลมีความ dynamic และดูเป็นระบบมากขึ้น

รูปแบบการใช้งาน (Syntax)

=WRAPROWS(vector, wrap_count, [pad_with])
  • vector → ข้อมูลที่ต้องการจัดรูป
  • wrap_count → จำนวนคอลัมน์ในแต่ละแถว
  • [pad_with] → ค่าที่ใช้เติมถ้าไม่ครบ (ค่าดีฟอลต์: #N/A)

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานฟังก์ชัน WRAPROWS ใน Excel

ตัวอย่างที่ 1: จัดรายชื่อเป็นแถวละ 3 คอลัมน์

โจทย์: ต้องการจัดรายชื่อพนักงานให้แสดงแถวละ 3 คน

ข้อมูลตัวอย่าง

พนักงาน
Somchai
Kanya
Arthit
Patcha
Napat
Suda
Boonmee
Mali
Arisa

สูตร

=WRAPROWS(A2:A10, 3)
ใช้ฟังก์ชัน WRAPROWS ใน Excel จัดรายชื่อเป็นแถวละ 3 คอลัมน์
  • กำหนด vector เป็น A2:A10 เพื่อเลือกข้อมูลรายชื่อทั้งหมด
  • กำหนด wrap_count เป็น 3 → ให้แต่ละแถวมี 3 คอลัมน์
  • ไม่กำหนด pad_with → ถ้ามีเหลือจะแสดงเป็น #N/A
  • Excel จะแบ่งชื่อพนักงานทั้งหมด 9 คนเป็น 3 แถว ๆ ละ 3 คน

ผลลัพธ์

จัดรายชื่อพนักงานให้แสดงแถวละ 3 คน

ตัวอย่างที่ 2: ใช้ WRAPROWS กับ SEQUENCE สร้างตารางตัวเลข

โจทย์: ต้องการสร้างตารางตัวเลข 1–20 โดยให้มี 4 คอลัมน์ต่อแถว

สูตร

=WRAPROWS(SEQUENCE(20), 4)
ใช้ฟังก์ชัน WRAPROWS ใน Excel สร้างตารางตัวเลข 1–20
  • ใช้ SEQUENCE(20) เพื่อสร้างตัวเลข 1 ถึง 20
  • vector คืออาร์เรย์ตัวเลขจาก SEQUENCE
  • wrap_count = 4 → ให้แต่ละแถวมี 4 คอลัมน์
  • ไม่ใช้ pad_with → ถ้าข้อมูลครบพอดีไม่ต้องเติมอะไร ถ้ามีช่องเหลือจะแสดงเป็น #N/A
  • แสดงข้อมูลจากซ้ายไปขวา แล้วขึ้นบรรทัดใหม่เมื่อครบ 4 คอลัมน์

ผลลัพธ์

สร้างตารางตัวเลข 1–20 โดยให้มี 4 คอลัมน์ต่อแถว

ตัวอย่างที่ 3: เติมค่าด้วย “-” หากข้อมูลไม่ครบแถว

โจทย์: ต้องการแสดงข้อมูลให้เป็นแถวละ 5 คอลัมน์ และเติม “-” หากข้อมูลไม่ครบ

ข้อมูลตัวอย่าง

A
A1
A2
A3
A4
A5
A6
A7

สูตร

=WRAPROWS(A1:A7, 5, "-")
ใช้ฟังก์ชัน WRAPROWS ใน Excel เติมค่าด้วย “-” หากข้อมูลไม่ครบแถว
  • vector → A1:A7 → มีทั้งหมด 7 ค่า
  • wrap_count = 5 → แต่ละแถวมี 5 คอลัมน์
  • pad_with = “-” → เติมช่องว่างด้วย “-” หากข้อมูลไม่พอ
  • 7 ค่าจะได้ 2 แถว: แถวแรกมี 5 ค่า, แถวสองมี 2 ค่า + เติม “-” อีก 3 ช่อง

ผลลัพธ์

แสดงข้อมูลให้เป็นแถวละ 5 คอลัมน์

ตัวอย่างที่ 4: ใช้ฟังก์ชัน WRAPROWS ใน Excel ร่วมกับ UNIQUE

โจทย์: ต้องการจัดชื่อพนักงานแบบไม่ซ้ำให้อยู่ในรูปตารางแถวละ 4 คอลัมน์

ข้อมูลตัวอย่าง

ชื่อพนักงาน
Somchai
Arthit
Somchai
Kanya
Arthit
Patcha
Mali
Patcha

สูตร

=WRAPROWS(UNIQUE(A2:A9), 4)
ใช้ฟังก์ชัน WRAPROWS ใน Excel ร่วมกับ UNIQUE
  • UNIQUE(A2:A9) → ดึงค่าที่ไม่ซ้ำจาก A2:A9 → ได้: Somchai, Arthit, Kanya, Patcha, Mali
  • vector → คือผลลัพธ์ของ UNIQUE → 5 ค่า
  • wrap_count = 4 → ต้องการให้มี 4 คอลัมน์ต่อแถว
  • ไม่ใช้ pad_with → ค่าที่เหลือจะแสดงเป็น #N/A
  • ได้ 2 แถว: แถวแรกมี 4 ค่า, แถวสองมี 1 ค่า + #N/A อีก 3 ช่อง

ผลลัพธ์

จัดชื่อพนักงานไม่ซ้ำให้อยู่ในรูปตารางแถวละ 4 คอลัมน์

คำแนะนำเพิ่มเติมในการใช้งาน

  • ใช้ได้กับ Excel 365 และ Excel 2021 ขึ้นไป
  • ถ้าข้อมูลไม่ครบ wrap_count จะเติมค่าด้วย [pad_with] หรือ #N/A
  • ใช้ร่วมกับฟังก์ชัน UNIQUE, SORT, SEQUENCE เพื่อผลลัพธ์แบบ dynamic
  • เหมาะสำหรับงานพรีเซนต์, รายงาน หรือการสร้างตารางข้อมูลแบบรวบรัด

สรุป

ฟังก์ชัน WRAPROWS ใน Excel เป็นฟังก์ชันจัดการแสดงผลของข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับแปลงข้อมูลแนวยาวให้อยู่ในตารางแบบหลายคอลัมน์ ทำให้ง่ายต่อการอ่านและนำเสนอ การเข้าใจการใช้ WRAPROWS และการประยุกต์ใช้กับฟังก์ชันอื่น จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการจัดการข้อมูลและสร้างรายงานใน Excel ได้อย่างมืออาชีพ

ข้อมูลอ้างอิง: WRAPROWS function

แชร์เรื่องนี้