ฟังก์ชัน LET ใน Excel

ฟังก์ชัน LET ใน Excel เป็นฟังก์ชันที่ช่วยให้เราสามารถกำหนดชื่อตัวแปรภายในสูตร และใช้ชื่อนั้นซ้ำได้ในส่วนการคำนวณ ช่วยให้สูตรสั้นลง อ่านง่ายขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผล โดยเฉพาะกับสูตรที่มีการคำนวณแบบเดิมซ้ำหลายครั้ง เช่น การใช้ผลรวมเดิมในการคิดหลายขั้น

LET ถือเป็นฟังก์ชันสำคัญใน Excel ยุคใหม่ เพราะช่วยให้สามารถสร้างสูตรที่มีโครงสร้างเหมือนการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น เช่น การกำหนดตัวแปร การคำนวณจากตัวแปรเหล่านั้น และการจัดระเบียบสูตรให้สื่อความหมายมากขึ้น

ประโยชน์ของฟังก์ชัน LET ใน Excel

  • ลดความซ้ำซ้อนของการคำนวณในสูตร
  • ทำให้สูตรอ่านง่ายและเข้าใจง่ายขึ้น
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลโดยลดการคำนวณซ้ำ
  • ช่วยจัดระเบียบสูตรให้เหมือนการตั้งโปรแกรม
  • ใช้คู่กับฟังก์ชันอื่นเช่น LAMBDA, IF, TEXT ได้ดี

รูปแบบการใช้งาน (Syntax)

LET(name1, value1, [name2, value2, ...], calculation)

อาร์กิวเมนต์ที่ใช้ในฟังก์ชัน LET มีดังนี้:

  • name1 – ชื่อตัวแปรที่กำหนด
  • value1 – ค่าที่จะเก็บในตัวแปรนั้น
  • calculation – การคำนวณที่ใช้ชื่อตัวแปรที่ตั้งไว้

หมายเหตุ: LET สามารถกำหนดตัวแปรได้หลายตัว โดยใส่เป็นคู่ (name, value) ไปเรื่อย ๆ ก่อนใส่ calculation ท้ายสุด

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานฟังก์ชัน LET ใน Excel

ตัวอย่างที่ 1: หาผลรวมแล้วคำนวณภาษี 7%

สมมติธุรกิจร้านค้าต้องคำนวณยอดรวมราคาสินค้า 3 รายการ และต้องคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

รายการราคา (บาท)
A200
B300
C500

สูตร

=LET(total, B2+B3+B4, tax, total*0.07, tax)
ใช้ฟังก์ชัน LET ใน Excel หาผลรวมแล้วคำนวณภาษี 7%
  • สร้างตัวแปร total ให้เก็บค่ารวมของสินค้า: B2+B3+B4 = 200+300+500 = 1000
  • ตั้ง tax เป็น 7% ของยอดรวม: 1000 * 0.07 = 70
  • คืนค่า tax เป็นผลลัพธ์สุดท้าย

ผลลัพธ์

คำนวณยอดรวมราคาสินค้า 3 รายการ

ตัวอย่างที่ 2: หาค่าเฉลี่ยคะแนน

สมมตินักเรียนสอบ 3 วิชา ต้องการหาค่าเฉลี่ยคะแนนโดยไม่ต้องเขียนสูตรยาว ๆ ซ้ำ ๆ

วิชาคะแนน
คณิตศาสตร์80
วิทยาศาสตร์90
ภาษาอังกฤษ85

สูตร

=LET(avg, (B2+B3+B4)/3, avg)
ใช้ฟังก์ชัน LET ใน Excel หาค่าเฉลี่ยคะแนน
  • ตั้ง avg เป็นผลรวมของ B2:B4 หาร 3 → (80+90+85)/3 = 85
  • คืนค่า avg เป็นผลลัพธ์ของสูตร

ผลลัพธ์

หาค่าเฉลี่ยคะแนนโดยไม่ต้องเขียนสูตรยาวซ้ำ

ตัวอย่างที่ 3: แปลงองศาเซลเซียสเป็นฟาเรนไฮต์

สมมติต้องการแปลงอุณหภูมิจากเซลเซียสเป็นฟาเรนไฮต์ด้วยสูตรที่อ่านง่าย

วันอุณหภูมิ (C)
จันทร์30
อังคาร31
พุธ32
พฤหัสบดี25
ศุกร์26
เสาร์27
อาทิตย์35

สูตร

=LET(c, B2, f, c * 9/5 + 32, f)
ใช้ฟังก์ชัน LET ใน Excel แปลงองศาเซลเซียสเป็นฟาเรนไฮต์
  • ตัวแปร c = B2 = 30
  • คำนวณ f = c * 9/5 + 32 = 30 * 9/5 + 32 = 86
  • คืนค่า f = 86 เป็นอุณหภูมิในฟาเรนไฮต์

ผลลัพธ์

แปลงอุณหภูมิจากเซลเซียสเป็นฟาเรนไฮต์ด้วยสูตรที่อ่านง่าย

ตัวอย่างที่ 4: ใช้ฟังก์ชัน LET ใน Excel ตรวจสอบผลสอบผ่านหรือไม่

นักเรียนต้องสอบผ่านขั้นต่ำ 60 คะแนน ต้องการตรวจสถานะว่า “ผ่าน” หรือ “ไม่ผ่าน”

ชื่อนักเรียนคะแนน
สมชาย ใจดี55
สมศรี ใจร้าย66
สมหมาย ใจจริง85
สมหญิง ใจสะออน98
สมพร ใจรัก44
สมศักดิ์ ใจเพชร62
สมเด็จ ใจป๋า74

สูตร

=LET(score, B2, result, IF(score>=60,"ผ่าน","ไม่ผ่าน"), result)
ใช้ฟังก์ชัน LET ใน Excel ตรวจสอบผลสอบผ่านหรือไม่
  • score = B2 = 55
  • ใช้ IF(score>=60,"ผ่าน","ไม่ผ่าน") → FALSE → “ไม่ผ่าน”
  • คืนค่า result = "ไม่ผ่าน"

ผลลัพธ์

ตรวจสถานะว่า “ผ่าน” หรือ “ไม่ผ่าน”

ตัวอย่างที่ 5: คำนวณต้นทุน + กำไร 10%

ต้องการตั้งราคาขายโดยบวกกำไร 10% จากต้นทุนสินค้า

สินค้าต้นทุน (บาท)
กระเป๋า1500
รองเท้า1200
เสื้อ1800
กางเกง1000
หมวก200

สูตร

=LET(cost, B2, profit, cost * 0.1, sale_price, cost + profit, sale_price)
ใช้ฟังก์ชัน LET ใน Excel คำนวณต้นทุน + กำไร 10%
  • cost = B2 = 1500
  • profit = 1500 * 0.10 = 150
  • sale_price = cost + profit = 1650
  • คืนค่า sale_price = 1650

ผลลัพธ์

ตั้งราคาขายโดยบวกกำไร 10% จากต้นทุนสินค้า

หมายเหตุ

  • ฟังก์ชัน LET จะคำนวณค่าตัวแปรเพียงครั้งเดียวและใช้ซ้ำได้ตลอดสูตร ช่วยลดภาระ Excel
  • สามารถซ้อน LET หลายระดับ หรือใช้ร่วมกับฟังก์ชันอื่นเช่น ฟังก์ชัน LAMBDA ได้
  • ตัวแปรที่ตั้งใช้ได้ภายในสูตรเดียวกันเท่านั้น ไม่สามารถเรียกจากเซลล์อื่นได้โดยตรง

สรุป

ฟังก์ชัน LET ใน Excel เป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับการคำนวณในสูตรที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้เราสามารถตั้งชื่อตัวแปร กำหนดค่า และใช้ค่าดังกล่าวซ้ำในสูตรเดียว ช่วยลดความซ้ำซ้อน ทำให้สูตรอ่านง่ายและปรับแต่งได้สะดวก ฟังก์ชันนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเขียนสูตรขั้นสูงใน Excel อย่างมีระบบ

ข้อมูลอ้างอิง: LET function

แชร์เรื่องนี้