ฟังก์ชัน HOUR ใน Excel

ฟังก์ชัน HOUR ใน Excel เป็นฟังก์ชันที่ใช้งานง่ายแต่มีประโยชน์อย่างมากในการจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเวลา เช่น การวิเคราะห์เวลาเข้า-ออกงาน การคำนวณรอบเวลาทำงาน หรือการสร้างเงื่อนไขในกราฟตามช่วงชั่วโมง ฟังก์ชันนี้ช่วยให้เราสามารถดึง “ชั่วโมง” ออกมาจากค่าที่เป็นเวลาแบบเต็มได้โดยไม่ต้องแยกข้อมูลเอง

ไม่ว่าจะเป็นเวลาในรูปแบบ 24 ชั่วโมง หรือ 12 ชั่วโมง Excel จะตีความและดึงค่าชั่วโมงออกมาได้อย่างถูกต้อง หากเราทำงานในแวดวงทรัพยากรบุคคล การผลิต การวิเคราะห์งานบริการ หรือแม้แต่สร้างระบบจองเวลา ฟังก์ชัน HOUR จะเป็นตัวช่วยที่ดีมาก

ประโยชน์ของฟังก์ชัน HOUR ใน Excel

  • แยกค่าชั่วโมงออกจากเวลาเต็มได้ทันที
  • ใช้ได้ทั้งกับเวลาแบบ 24 ชั่วโมงและ 12 ชั่วโมง
  • เหมาะกับการวิเคราะห์เวลาเข้า-ออกงาน หรือช่วงเวลาการทำงาน
  • ใช้งานง่ายและรวดเร็ว
  • นำไปใช้กับสูตรเงื่อนไข เช่น IF, COUNTIFS เพื่อจัดกลุ่มข้อมูลตามชั่วโมงได้

รูปแบบการใช้งาน (Syntax)

HOUR(serial_number)

อาร์กิวเมนต์ที่ใช้ในฟังก์ชัน HOUR มีดังนี้:

  • serial_number (จำเป็น): ค่าเวลาที่ต้องการดึงชั่วโมงออกมา ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบเวลาโดยตรง เช่น 8:30, NOW(), หรือการอ้างอิงเซลล์

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่าง: ดึงชั่วโมงจากเวลา

ฟังก์ชัน HOUR ใน Excel ดึงชั่วโมงจากเวลาเต็ม

ผลลัพธ์

  • ฟังก์ชัน HOUR ดึงเฉพาะ “ชั่วโมง” ออกจากข้อมูลเวลาในแต่ละเซลล์

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานฟังก์ชัน HOUR ใน Excel

สมมติว่ามีข้อมูลเวลาเข้า-ออกของพนักงาน และต้องการแยกชั่วโมงเข้างานออกมาเพื่อตรวจสอบ

ใช้งานฟังก์ชัน HOUR ใน Excel แยกช่วงชั่วโมงเข้างาน

สูตรที่ใช้ในคอลัมน์ B

=HOUR(A2)
=HOUR(A3)
=HOUR(A4)

ผลลัพธ์ที่ได้

หมายเหตุ

  • หากใส่ค่าที่ไม่ใช่เวลา ฟังก์ชัน HOUR จะส่งกลับ #VALUE!
  • เวลา 00:00 ถึง 00:59 จะให้ผลลัพธ์เป็น 0
  • ใช้ควบคู่กับฟังก์ชัน MINUTE และ SECOND เพื่อแยกเวลาในรูปแบบละเอียด

สรุป

ฟังก์ชัน HOUR ใน Excel เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลตามช่วงเวลาที่มีความละเอียดในระดับชั่วโมง เหมาะสำหรับงานด้านการบริหารเวลา การทำระบบเข้า-ออก และงานที่ต้องวิเคราะห์พฤติกรรมการทำงานหรือการจองเวลาในแต่ละช่วงวัน

ข้อมูลอ้างอิง: HOUR function

แชร์เรื่องนี้