ฟังก์ชัน COUPNUM ใน Excel เป็นฟังก์ชันที่ใช้สำหรับคำนวณจำนวน งวดการจ่ายดอกเบี้ยที่เหลืออยู่ นับจากวันที่ถือครองพันธบัตร (Settlement) จนถึงวันครบกำหนด (Maturity) ของพันธบัตร โดยพิจารณาจากความถี่ในการจ่ายดอกเบี้ยต่อปี เช่น จ่ายปีละครั้ง (1), ปีละสองครั้ง (2) หรือรายไตรมาส (4)
การรู้จำนวนงวดที่เหลือจะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถประเมินรายได้ดอกเบี้ยที่ยังไม่ได้รับ และใช้ในการคำนวณดอกเบี้ยสะสมหรือราคาตลาดของพันธบัตรได้แม่นยำขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องทำการซื้อขายพันธบัตรในตลาดรอง
ฟังก์ชันนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานด้านการเงิน การบัญชี หรือการจัดการพอร์ตลงทุนที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้และต้องการข้อมูลเชิงวิเคราะห์ในเชิงเวลาเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน
ประโยชน์ของฟังก์ชัน COUPNUM ใน Excel
- คำนวณจำนวนงวดดอกเบี้ยที่เหลืออยู่ของพันธบัตรได้อย่างแม่นยำ
- ใช้ในการประเมินรายได้จากดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนด
- ใช้ร่วมกับฟังก์ชัน ACCRINT, PRICE, YIELD ในการวิเคราะห์ตราสารหนี้
- รองรับความถี่ในการจ่ายดอกเบี้ยที่หลากหลาย
- รองรับวิธีนับวันหลายแบบ เช่น 30/360 หรือ Actual/Actual
รูปแบบการใช้งาน (Syntax)
COUPNUM(settlement, maturity, frequency, [basis])
อาร์กิวเมนต์ที่ใช้ในฟังก์ชัน COUPNUM มีดังนี้:
settlement– วันที่ถือครองพันธบัตรmaturity– วันครบกำหนดของพันธบัตรfrequency– ความถี่ในการจ่ายดอกเบี้ยต่อปี- 1 = รายปี
- 2 = รายครึ่งปี
- 4 = รายไตรมาส
basis(ไม่บังคับ) – วิธีการนับวัน- 0 = 30/360 (ค่าเริ่มต้น)
- 1 = Actual/Actual
- 2 = Actual/360
- 3 = Actual/365
- 4 = 30E/360 (EU)
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานฟังก์ชัน COUPNUM ใน Excel
ตัวอย่างที่ 1: พันธบัตรจ่ายดอกเบี้ยรายปี
สถานการณ์: นักลงทุนซื้อพันธบัตรในวันที่ 01/01/2024 ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 01/01/2029 และมีการจ่ายดอกเบี้ยปีละครั้ง
| A | B |
|---|---|
| วันที่ซื้อ | 01/01/2024 |
| วันครบกำหนด | 01/01/2029 |
| ความถี่ | 1 |
| basis | 0 |
ต้องการคำนวณจำนวนงวดดอกเบี้ยทั้งหมดที่เหลืออยู่จนถึงวันครบกำหนด
สูตร
=COUPNUM(B1, B2, B3, B4)

- เหลือเวลาอีก 5 ปี ถ้าจ่ายปีละครั้ง จะเหลือ 5 งวด
ผลลัพธ์
5

ตัวอย่างที่ 2: พันธบัตรจ่ายครึ่งปี (Actual/Actual)
สถานการณ์: บริษัทถือพันธบัตรตั้งแต่วันที่ 15/02/2024 ถึงครบกำหนดวันที่ 15/02/2026 โดยจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน
| A | B |
|---|---|
| วันที่ซื้อ | 15/02/2024 |
| วันครบกำหนด | 15/02/2026 |
| ความถี่ | 2 |
| basis | 1 |
ต้องการคำนวณจำนวนงวดการจ่ายดอกเบี้ยที่เหลืออยู่
สูตร
=COUPNUM(B1, B2, B3, B4)

- 2 ปี × 2 ครั้ง/ปี = 4 งวดดอกเบี้ยที่ยังเหลืออยู่
ผลลัพธ์
4

ตัวอย่างที่ 3: พันธบัตรรายไตรมาส (Actual/360)
สถานการณ์: นักลงทุนซื้อพันธบัตรวันที่ 01/03/2024 และจะครบกำหนด 01/03/2025 โดยจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน
| A | B |
|---|---|
| วันที่ซื้อ | 01/03/2024 |
| วันครบกำหนด | 01/03/2025 |
| ความถี่ | 4 |
| basis | 2 |
ต้องการคำนวณจำนวนงวดดอกเบี้ยทั้งหมดที่เหลือ
สูตร
=COUPNUM(B1, B2, B3, B4)

- 1 ปี × 4 ครั้งต่อปี = 4 งวดดอกเบี้ย
ผลลัพธ์
4

ตัวอย่างที่ 4: ใช้ฟังก์ชัน COUPNUM ใน Excel คำนวณงวดที่เหลือของพันธบัตรที่เหลืออายุน้อยกว่า 1 ปี
สถานการณ์: ถือพันธบัตรในวันที่ 01/08/2024 ซึ่งครบกำหนด 01/04/2025 และจ่ายดอกเบี้ยปีละครั้ง
| A | B |
|---|---|
| วันที่ซื้อ | 01/08/2024 |
| วันครบกำหนด | 01/04/2025 |
| ความถี่ | 1 |
| basis | 0 |
ต้องการคำนวณจำนวนงวดดอกเบี้ยที่ยังเหลือ (อาจเหลือแค่งวดสุดท้าย)
สูตร
=COUPNUM(B1, B2, B3, B4)

- มีเวลาเหลือน้อยกว่า 1 ปี → จะมีเพียง 1 งวดที่ยังไม่ได้รับ
ผลลัพธ์
1

ตัวอย่างที่ 5: ใช้ฟังก์ชัน COUPNUM ใน Excel แบบกำหนด basis = 4 (30E/360) กับพันธบัตรระยะยาว
สถานการณ์: บริษัทลงทุนในพันธบัตรระยะเวลา 10 ปี เริ่มต้นวันที่ 01/07/2020 ครบกำหนด 01/07/2030 โดยจ่ายดอกเบี้ยปีละครั้ง ใช้การนับวันแบบยุโรป (30E/360)
| A | B |
|---|---|
| วันที่ซื้อ | 01/01/2025 |
| วันครบกำหนด | 01/07/2030 |
| ความถี่ | 1 |
| basis | 4 |
ต้องการคำนวณจำนวนงวดดอกเบี้ยที่เหลือ ณ วันที่ 01/01/2025
สูตร
=COUPNUM(B1, B2, B3, B4)

- เหลือเวลา ~5.5 ปี → ยังไม่ถึงงวดถัดไป → นับได้อีก 6 งวดดอกเบี้ย
ผลลัพธ์
6

หมายเหตุ
- ฟังก์ชันนี้คืนค่าจำนวน “งวดทั้งหมดที่เหลือ” ตั้งแต่วันที่ถือครอง ถึงวันครบกำหนด
- ค่า
settlementต้องน้อยกว่าmaturityมิฉะนั้นจะเกิด error - ใช้คู่กับฟังก์ชัน COUPNCD, COUPDAYSNC และ ACCRINT เพื่อวิเคราะห์พันธบัตรแบบละเอียด
สรุป
ฟังก์ชัน COUPNUM ใน Excel ช่วยให้เราสามารถทราบจำนวนงวดการจ่ายดอกเบี้ยที่เหลืออยู่ของพันธบัตรได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนการลงทุน วิเคราะห์กระแสเงินสด และประเมินมูลค่าในตลาดรอง โดยสามารถกำหนดความถี่และรูปแบบการนับวันให้เหมาะสมกับตราสารแต่ละประเภทได้อย่างยืดหยุ่น
ข้อมูลอ้างอิง: COUPNUM function
