ฟังก์ชัน CHOOSE ใน Excel

ฟังก์ชัน CHOOSE ใน Excel เป็นฟังก์ชันที่ช่วยเลือกค่าจากรายการที่เรากำหนดไว้ โดยอ้างอิงจาก “ลำดับที่” ที่ระบุ เช่น CHOOSE(2, "A", "B", "C") จะคืนค่า B เพราะเลือกค่าลำดับที่ 2 ฟังก์ชันนี้เหมาะกับงานที่ต้องเลือกค่าจากหลายทางเลือกโดยไม่ต้องเขียน IF หลายชั้น ช่วยให้สูตรสั้นลงและอ่านง่ายขึ้น

CHOOSE ใช้งานได้หลากหลาย เช่น เลือกข้อความ, ตัวเลข, ช่วงอ้างอิง, หรือแม้กระทั่งสูตรอื่น ๆ ภายในตัวเลือก เหมาะกับการทำรายงาน, แสดงผลลัพธ์แบบปรับเปลี่ยนได้, สร้างแดชบอร์ด หรือจัดการข้อมูลที่ต้องเลือกเงื่อนไขจากดรอปดาวน์หรือเมนู

ประโยชน์ของฟังก์ชัน CHOOSE ใน Excel

  • เลือกค่าจากลิสต์ตามลำดับที่ระบุ
  • ช่วยลดการใช้ IF หลายชั้น
  • ใช้งานได้กับตัวเลข, ข้อความ, ช่วงอ้างอิง, หรือสูตร
  • ใช้ในแดชบอร์ดหรือรายงานที่เปลี่ยนค่าแบบไดนามิก
  • ใช้คู่กับฟังก์ชัน MATCH, INDEX, RANDBETWEEN ได้อย่างยืดหยุ่น

รูปแบบการใช้งาน (Syntax)

CHOOSE(index_num, value1, [value2], …)

อาร์กิวเมนต์ที่ใช้ในฟังก์ชัน CHOOSE มีดังนี้:

  • index_num (จำเป็น): ลำดับของค่าที่ต้องการ (เช่น 1, 2, 3)
  • value1, value2, … (จำเป็น): ค่าที่ต้องเลือก (อย่างน้อย 1 ค่า, สูงสุด 254 ค่า)

ตัวอย่างการใช้งานฟังก์ชัน CHOOSE ใน Excel

ตัวอย่าง: เลือกค่าจากรายการข้อความ

A
=CHOOSE(2, “แดง”, “เขียว”, “น้ำเงิน”)

ผลลัพธ์

A
เขียว
  • เลือกค่าอันดับ 2 จาก “แดง, เขียว, น้ำเงิน” ผลลัพธ์จึงได้ “เขียว”

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานฟังก์ชัน CHOOSE ใน Excel

ตัวอย่างที่ 1: ใช้คู่กับ RANDBETWEEN เพื่อสุ่มค่า

ใช้งานฟังก์ชัน CHOOSE ใน Excel คู่กับ RANDBETWEEN เพื่อสุ่มค่า

สูตร

=CHOOSE(RANDBETWEEN(1,3), "เช้า", "บ่าย", "เย็น")
  • ฟังก์ชัน RANDBETWEEN จะสุ่มค่าในช่วง 1–3
  • สุ่มได้เลขไหน ฟังก์ชัน CHOOSE จะเลือกค่าตามลำดับเลขที่สุ่มได้

ตัวอย่างที่ 3: คำนวณผลรวมยอดขายตามไตรมาส

โจทย์: เลือกช่วงข้อมูลตามไตรมาสที่ระบุในเซลล์ D2 (1–4) แล้วรวมยอดขายในเซลล์ B แสดงผลในเซลล์ E2

A B C D E
1 เดือน ยอดขาย ไตรมาส รวมยอดขายของไตรมาส
2 มกราคม 10 2 =SUM(CHOOSE(D2, B2:B4, B5:B7, B8:B10, B11:B13))
3 กุมภาพันธ์ 20
4 มีนาคม 30
5 เมษายน 40
6 พฤษภาคม 50
7 มิถุนายน 60
8 กรกฎาคม 70
9 สิงหาคม 80
10 กันยายน 90
11 ตุลาคม 100
12 พฤศจิกายน 110
13 ธันวาคม 120
  • B2–B4 → ไตรมาส 1
  • B5–B7 → ไตรมาส 2
  • B8–B10 → ไตรมาส 3
  • B11–B13 → ไตรมาส 4

สูตร

=SUM(CHOOSE(D2, B2:B4, B5:B7, B8:B10, B11:B13))
  • ถ้า D2 = 2 → CHOOSE(D2, B2:B4, B5:B7, B8:B10, B11:B13) จะเลือก B5:B7
  • SUM(B5:B7) จะรวมค่า 40+50+60 ดังนั้น ผลลัพธ์จะเป็น 150
A B C D E
1 เดือน ยอดขาย ไตรมาส รวมยอดขายของไตรมาส
2 มกราคม 10 2 150
3 กุมภาพันธ์ 20
4 มีนาคม 30
5 เมษายน 40
6 พฤษภาคม 50
7 มิถุนายน 60
8 กรกฎาคม 70
9 สิงหาคม 80
10 กันยายน 90
11 ตุลาคม 100
12 พฤศจิกายน 110
13 ธันวาคม 120

หมายเหตุ

  • ถ้า index_num ไม่เป็นจำนวนเต็ม Excel จะปัดเป็นจำนวนเต็ม
  • ถ้า index_num <1 หรือ >จำนวน value จะคืนค่า #VALUE!
  • ใช้ร่วมกับฟังก์ชัน MATCH เพื่อเลือกค่าแบบไดนามิกตามเงื่อนไขได้

สรุป

ฟังก์ชัน CHOOSE ใน Excel เป็นตัวช่วยอเนกประสงค์สำหรับการเลือกค่าตามลำดับ ช่วยลดการเขียนสูตรซับซ้อน และเพิ่มความยืดหยุ่นให้แดชบอร์ดหรือรายงานของเรา ใช้งานง่าย และสามารถจับคู่กับฟังก์ชันอื่น ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม

ข้อมูลอ้างอิง: CHOOSE function

แชร์เรื่องนี้