ฟังก์ชัน DDB ใน Excel

ฟังก์ชัน DDB ใน Excel (Double Declining Balance) ใช้สำหรับคำนวณ ค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ ด้วยวิธีเสื่อมราคาแบบ ลดลงสองเท่า ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้สำหรับทรัพย์สินที่มีมูลค่าลดลงเร็วในช่วงปีแรก ๆ เช่น เครื่องจักร รถยนต์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ฟังก์ชัน DDB จะคำนวณจากฐานมูลค่าคงเหลือที่ลดลงทุกปี และใช้อัตราเสื่อมที่มากกว่าวิธีเส้นตรงถึง 2 เท่า โดยให้ผลลัพธ์ค่าเสื่อมที่สูงในช่วงปีต้น และลดลงในปีถัด ๆ ไปจนเกือบถึงมูลค่าซาก (salvage)

ฟังก์ชันนี้เหมาะกับการวางแผนงบประมาณ ควบคุมต้นทุนสินทรัพย์ และคำนวณมูลค่าคงเหลือในเชิงบัญชีโดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องการประหยัดภาษีในช่วงต้นอายุการใช้งานของทรัพย์สิน

ประโยชน์ของฟังก์ชัน DDB ใน Excel

  • คำนวณค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์แบบเร่งรัด
  • เหมาะกับทรัพย์สินที่มีมูลค่าลดเร็วในช่วงปีต้น
  • ใช้ในการวางแผนภาษีและควบคุมต้นทุน
  • ช่วยประเมินมูลค่าคงเหลือของสินทรัพย์รายปี
  • ปรับอัตราเสื่อมเองได้ถ้าต้องการ (optional)

รูปแบบการใช้งาน (Syntax)

DDB(cost, salvage, life, period, [factor])

อาร์กิวเมนต์ที่ใช้ในฟังก์ชัน DDB มีดังนี้:

  • cost – ราคาทรัพย์สินเริ่มต้น
  • salvage – มูลค่าซากเมื่อสิ้นอายุการใช้งาน
  • life – อายุการใช้งานของทรัพย์สิน (หน่วยเป็นปี)
  • period – ปีที่ต้องการคำนวณค่าเสื่อม (เช่น ปีที่ 1, 2, 3…)
  • factor (ไม่บังคับ) – ค่าตัวคูณของอัตราเสื่อม (ค่าเริ่มต้น = 2)

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานฟังก์ชัน DDB ใน Excel

ตัวอย่างที่ 1: คำนวณค่าเสื่อมปีแรกด้วย DDB

ซื้อคอมพิวเตอร์มูลค่า 30,000 บาท อายุใช้งาน 5 ปี มูลค่าซาก 3,000 บาท ใช้ DDB คำนวณค่าเสื่อมในปีที่ 1

สูตร

=DDB(30000, 3000, 5, 1)
  • ค่าเสื่อมปีแรกใช้สูตร:
    • ฐานคำนวณ: 30,000
    • อัตราเสื่อมแบบ DDB = (1 ÷ 5) × 2 = 40%
  • 30,000 × 40% = 12,000

ผลลัพธ์

12000

ตัวอย่างที่ 2: คำนวณค่าเสื่อมปีที่ 2

สูตร

=DDB(30000, 3000, 5, 2)
  • มูลค่าคงเหลือหลังปีที่ 1 = 30,000 – 12,000 = 18,000
  • คำนวณ: 18,000 × 40% = 7,200

ผลลัพธ์

7200

ตัวอย่างที่ 3: คำนวณค่าเสื่อมในปีที่ 3

สูตร

=DDB(30000, 3000, 5, 3)
  • มูลค่าคงเหลือปีที่ 2 = 18,000 – 7,200 = 10,800
  • คำนวณ: 10,800 × 40% = 4,320

ผลลัพธ์

4320

ตัวอย่างที่ 4: ใช้ฟังก์ชัน DDB ใน Excel คำนวณค่าเสื่อมในปีที่ 4 โดยระบุ factor = 1.5

ตัวอย่างนี้ต้องการใช้วิธีลดลง 1.5 เท่า แทน 2 เท่า

สูตร

=DDB(30000, 3000, 5, 4, 1.5)
  • อัตราเสื่อมแบบกำหนดเอง = (1 ÷ 5) × 1.5 = 30%
  • คำนวณจากมูลค่าคงเหลือปีที่ 3 → × 30%
  • ค่าเสื่อมที่ได้ = 3,087 บาท

ผลลัพธ์

3087

ตัวอย่างที่ 5: ใช้ฟังก์ชัน DDB ใน Excel สร้างตารางค่าเสื่อมตลอด 5 ปี

ปีสูตรค่าเสื่อม (บาท)
1=DDB(30000,3000,5,1)12,000.00
2=DDB(30000,3000,5,2)7,200.00
3=DDB(30000,3000,5,3)4,320.00
4=DDB(30000,3000,5,4)2,592.00
5=DDB(30000,3000,5,5)888.00
  • ใช้ฟังก์ชัน DDB คำนวณแต่ละปีตามลำดับ
  • ฟังก์ชันจะลดฐานคำนวณลงทุกปี
  • ผลรวม 5 ปี ≈ 30,000 – 3,000 = 27,000 บาท (คงเหลือ = salvage)
ใช้ฟังก์ชัน DDB ใน Excel คำนวณค่าเสื่อมตลอด 5 ปี

หมายเหตุ

  • ฟังก์ชัน DDB ใช้ได้ดีกับทรัพย์สินที่เสื่อมเร็วในปีแรก
  • ค่า factor ที่มากกว่า 2 จะเร่งอัตราการเสื่อมมากยิ่งขึ้น
  • ฟังก์ชันนี้จะไม่ทำให้ค่าทรัพย์สินลดต่ำกว่ามูลค่าซาก

สรุป

ฟังก์ชัน DDB ใน Excel เป็นฟังก์ชันที่มีประโยชน์มากในการวิเคราะห์ค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์อย่างละเอียด โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการรับรู้ค่าเสื่อมมากในช่วงปีแรก ฟังก์ชันนี้สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ทั้งในงานบัญชี ภาษี และการจัดการทรัพย์สินในองค์กร

ข้อมูลอ้างอิง: DDB function

แชร์เรื่องนี้