ฟังก์ชัน LOOKUP ใน Excel

ฟังก์ชัน LOOKUP ใน Excel เป็นหนึ่งในฟังก์ชันการค้นหาที่เก่าแต่เก๋า สามารถใช้ค้นหาค่าจากแถวหรือคอลัมน์ แล้วส่งคืนค่าที่สอดคล้องกันในอีกแถวหรือคอลัมน์หนึ่ง ฟังก์ชันนี้เหมาะกับการทำงานกับข้อมูลที่เรียงลำดับ (sorted) โดยสามารถใช้ได้ทั้งแบบ Vector Form และ Array Form

แม้ฟังก์ชัน LOOKUP อาจไม่เป็นที่นิยมเท่า VLOOKUP หรือ HLOOKUP ในยุคปัจจุบัน แต่ก็ยังมีจุดแข็งที่หลายคนมองข้าม เช่น สามารถค้นหาจากช่วงข้อมูลโดยไม่ต้องระบุ exact match และทำงานได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนในสูตรเดียวกัน

ประโยชน์ของฟังก์ชัน LOOKUP ใน Excel

  • ค้นหาค่าจากข้อมูลที่เรียงลำดับ
  • ใช้ได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน
  • ทำงานได้แม้ไม่พบ exact match (ใช้ค่าที่น้อยกว่าที่หาได้)
  • ลดความซับซ้อนเมื่อเทียบกับ VLOOKUP, HLOOKUP ในบางกรณี
  • ใช้กับข้อมูลทางการเงิน ตารางเกรด หรือค่าประมาณต่าง ๆ ได้ดี

รูปแบบการใช้งาน (Syntax)

แบบที่ 1: Vector form

=LOOKUP(lookup_value, lookup_vector, result_vector)
  • lookup_value → ค่าที่ต้องการค้นหา
  • lookup_vector → ช่วงข้อมูลที่ใช้ค้นหา
  • result_vector → ช่วงข้อมูลที่จะคืนค่า

แบบที่ 2: Array form

=LOOKUP(lookup_value, array)
  • lookup_value → ค่าที่ต้องการค้นหา
  • array → ตารางข้อมูลที่ใช้ค้นหา

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานฟังก์ชัน LOOKUP ใน Excel

ตัวอย่างที่ 1: ใช้ฟังก์ชัน LOOKUP ใน Excel แบบ Vector Form ค้นหาเกรดจากคะแนน

โจทย์: ต้องการหาว่า คะแนน 72 ได้เกรดอะไร

ข้อมูลตัวอย่าง

คะแนนต่ำสุดเกรด
0F
50D
60C
70B
80A

สูตร

=LOOKUP(72, A2:A6, B2:B6)
ใช้ฟังก์ชัน LOOKUP ใน Excel ค้นหาเกรดจากคะแนน
  • lookup_value → กำหนดค่า 72 เพื่อระบุคะแนนที่ต้องการค้นหา
  • lookup_vector → กำหนดค่า A2:A6 เพื่อระบุช่วงคะแนนต่ำสุด
  • result_vector → กำหนดค่า B2:B6 เพื่อระบุช่วงเกรด
  • LOOKUP → ค้นหา 72 → พบ 70 (ค่าน้อยที่สุดที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 72)
  • ได้ผลลัพธ์ B
ผลลัพธ์จากการค้นหาเกรดจากคะแนน

ตัวอย่างที่ 2: ค้นหาค่าคอมมิชชันตามยอดขาย

โจทย์: ต้องการหาค่าคอมมิชชันสำหรับยอดขาย 150,000

ข้อมูลตัวอย่าง

ยอดขายขั้นต่ำค่าคอม (%)
02%
100,0005%
200,0007%
300,00010%

สูตร

=LOOKUP(150000, A2:A5, B2:B5)
ใช้ฟังก์ชัน LOOKUP ใน Excel ค้นหาค่าคอมมิชชันตามยอดขาย
  • lookup_value → กำหนดค่า 150000 เพื่อระบุยอดขาย
  • lookup_vector → กำหนดค่า A2:A5 เพื่อระบุช่วงยอดขายขั้นต่ำ
  • result_vector → กำหนดค่า B2:B5 เพื่อระบุเปอร์เซ็นต์คอมมิชชัน
  • LOOKUP → ค้นหา 150,000 → พบ 100,000 → คืนค่า 5%

ผลลัพธ์

5%

คอมมิชชันสำหรับยอดขาย

ตัวอย่างที่ 3: ค้นหาค่าแนวนอน (Array form)

โจทย์: ต้องการหาชื่อสินค้า จากรหัสสินค้า

ข้อมูลตัวอย่าง

101102103
ปากกาดินสอยางลบ

สูตร

=LOOKUP(102, A1:C1, A2:C2)
ใช้ฟังก์ชัน LOOKUP ใน Excel หาชื่อสินค้า จากรหัสสินค้า
  • lookup_value → กำหนดค่า 102 เพื่อระบุรหัสสินค้า
  • lookup_vector → กำหนดค่า A1:C1 → รหัสสินค้า
  • result_vector → กำหนดค่า A2:C2 → ชื่อสินค้า
  • LOOKUP → ค้นหา 102 → คืนค่า “ดินสอ”

ผลลัพธ์

ดินสอ

ชื่อสินค้าจากรหัสสินค้า

ตัวอย่างที่ 4: ใช้ฟังก์ชัน LOOKUP ใน Excel แบบ Array form กับข้อมูลหลายคอลัมน์

โจทย์: ต้องการค้นหาค่าโดยใช้ array form โดยหาค่าที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 70

ข้อมูลตัวอย่าง

ABC
506070
FDC

สูตร

=LOOKUP(70, A1:C2)
ใช้ฟังก์ชัน LOOKUP ใน Excel ค้นหาค่าโดยใช้ array form
  • lookup_value → กำหนดค่า 70 เพื่อระบุค่าที่ต้องการค้นหา
  • array → กำหนดค่า A1:C2 → ตารางรวมข้อมูล
  • LOOKUP → ค้นหา 70 ในแถวบน → คืนค่าจากแถวล่างในคอลัมน์เดียวกัน → คืนค่า C

ผลลัพธ์

C

หาค่าที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 70

คำแนะนำเพิ่มเติมในการใช้งาน

  • lookup_vector หรือ array ต้องเรียงลำดับจากน้อยไปมาก
  • ถ้าไม่เจอค่าที่ค้นหา LOOKUP จะคืนค่าที่น้อยที่สุดที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ lookup_value
  • สำหรับข้อมูลที่ไม่ได้เรียง แนะนำให้ใช้ฟัง์ชัน VLOOKUP หรือ XLOOKUP แทน
  • Array form เหมาะกับตารางเล็ก ๆ ส่วน Vector form เหมาะกับงานที่ควบคุมทิศทางได้ชัดเจน

สรุป

ฟังก์ชัน LOOKUP ใน Excel เป็นฟังก์ชันการค้นหาพื้นฐานที่สามารถทำงานได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน โดยจะค้นหาค่าที่น้อยกว่าหรือเท่ากับค่าที่ต้องการในชุดข้อมูลที่เรียงลำดับ และคืนค่าจากอีกช่วงที่สอดคล้องกัน ฟังก์ชันนี้เหมาะสำหรับงานที่ไม่ต้องการ exact match หรือข้อมูลที่มีการจัดเรียงเรียบร้อย แม้ปัจจุบันจะมี VLOOKUP, HLOOKUP หรือ XLOOKUP ที่ทันสมัยกว่า แต่การเข้าใจการทำงานของ LOOKUP ยังคงสำคัญในหลายสถานการณ์

ข้อมูลอ้างอิง: LOOKUP function

แชร์เรื่องนี้