ดีครับดอทคอม

ดีครับดอทคอม

การใช้งานฟังก์ชัน LEN ใน Excel

การใช้งานฟังก์ชัน LEN ใน Excel

ฟังก์ชัน LEN ใช้สำหรับนับจำนวนอักขระในข้อความแล้วคืนค่ากลับมาเป็นตัวเลข โดยช่องว่างจะนับเป็น 1 อักขระด้วย รูปแบบการใช้งาน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1 เรียกใช้ฟังก์ชัน LEN โดยระบุข้อความ “https://www.dcrub.com” เป็นอากิวเมนต์ จะได้ผลลัพธ์เป็นจำนวนอักขระที่อยู่ในข้อความดังกล่าว คือ 21 ตัวอย่างที่ 2 ใช้ฟังก์ชัน LEN นับจำนวนอักขระของข้อความที่เก็บอยู่ในเซลล์ A1 ได้ผลลัพธ์เป็น 20 (รวมช่องว่างด้วย) ตัวอย่างที่ 3 ใช้งานร่วมกับฟังก์ชันอื่น ใช้ฟังก์ชัน RIGHT ตัดเอาข้อความมาจากด้านขวา (ด้านหลัง) โดยตัดเอาจำนวน 11 ตัวอักษร (ความยาวของข้อความ (ฟังก์ชัน LEN)…

การใช้งานฟังก์ชัน FIXED ใน Excel

การใช้งานฟังก์ชัน FIXED ใน Excel

ฟังก์ชัน FIXED ใช้สำหรับปัดตัวเลขให้เป็นตัวเลขทศนิยมตามที่ระบุโดยมีเครื่องหมายจุลภาค (,) คั่นหลักพันและมีเครื่องหมายมหัพภาค (.) คั่นทศนิยม แล้วคืนค่ากลับมาเป็นข้อความ รูปแบบการใช้งาน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1 จากตัวอย่าง เซลล์ A1 เก็บค่าตัวเลข 12345 เรียกใช้ฟังก์ชัน FIXED โดยไม่ระบุ decimals และ no_commas ได้ผลลัพธ์เป็น 12,345.00 มีทศนิยม 2 ตำแหน่งเป็นค่าเริ่มต้น และมีเครื่องหมายจุลภาคคั่นหลักพัน ตัวอย่างที่ 2 เรียกใช้ฟังก์ชัน FIXED โดยระบุ decimals เป็น 3 ได้ผลลัพธ์เป็น 12,345.000 มีทศนิยม…

การใช้งานฟังก์ชัน FIND ใน Excel

การใช้งานฟังก์ชัน FIND ใน Excel

ฟังก์ชัน FIND ใช้สำหรับค้นหาข้อความหรือค่าใด ๆ ที่ต้องการในอีกข้อความหนึ่ง เพื่อตรวจสอบว่าสิ่งที่เราต้องการหามีอยู่ในข้อความต้นทางหรือไม่ โดยผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นตัวเลขบอกตำแหน่งของข้อความที่ค้นหาซึ่งปรากฏครั้งแรกในข้อความต้นทาง ถ้าเป็นข้อความภาษาอังกฤษจะถือว่าตัวอักษรพิมพ์เล็กกับตัวอักษรพิมพ์ใหญ่แตกต่างกัน รูปแบบการใช้งาน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1 ใช้ฟังก์ชัน FIND ค้นหาตัวอักษร “m” ในข้อความที่เก็บอยู่ในเซลล์ A1 โดยไม่ได้ระบุตำแหน่งเริ่มต้น จึงถือว่าให้เริ่มค้นหาตั้งแต่ตำแหน่งแรกเป็นต้นไป ซึ่งในข้อความต้นทางมีตัวอักษร “m” ปรากฏครั้งแรกอยู่ตำแหน่งที่ 5 ดังนั้นจึงได้ผลลัพธ์เป็น 5 ตัวอย่างที่ 2 ใช้ฟังก์ชัน FIND ค้นหาตัวอักษร “m” ในข้อความที่เก็บอยู่ในเซลล์ A1 เหมือนตัวอย่างแรก แต่ระบุตำแหน่งเริ่มต้นเป็น 6 หมายความว่า ให้ค้นหาตั้งแต่ตัวอักษรลำดับที่ 6…

การใช้งานฟังก์ชัน EXACT ใน Excel

การใช้งานฟังก์ชัน EXACT ใน Excel

ฟังก์ชัน EXACT ใช้สำหรับเปรียบเทียบข้อมูลประเภทข้อความ 2 ค่าว่าเหมือนกันทุกอย่างหรือไม่ ถ้าเหมือนกันทุกอย่างจะคืนค่าเป็นจริง (TRUE) ไม่เช่นนั้นจะคืนค่าเป็นเท็จ (FALSE) ถ้าเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตัวพิมพ์เล็กกับตัวพิมพ์ใหญ่จะถือว่าต่างกัน ส่วนการจัดรูปแบบข้อความที่แตกต่างกันจะไม่ถูกนำมาพิจารณาด้วย รูปแบบการใช้งาน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1 จากตัวอย่าง ใช้ฟังก์ชัน EXACT เปรียบเทียบข้อความสองค่าที่มีความเหมือนกันทุกประการ ได้ผลลัพธ์เป็น TRUE ตัวอย่างที่ 2 จากตัวอย่าง ใช้ฟังก์ชัน EXACT เปรียบเทียบข้อความ “dcrub.COM” และ “dcrub.com” ซึ่งข้อความแรกมีตัวอักษรพิมใหญ่ปนอยู่ ส่วนข้อความที่สองเป็นตัวอักษรพิมพ์เล็กทั้งหมด ถึงแม้จะเป็นข้อความเดียวกัน แต่ตัวพิมพ์ไม่เหมือนกัน ถือว่าต่างกัน จึงได้ผลลัพธ์เป็น FALSE ตัวอย่างที่ 3…

การใช้งานฟังก์ชัน DOLLAR ใน Excel

การใช้งานฟังก์ชัน DOLLAR ใน Excel

ฟังก์ชัน DOLLAR ใช้สำหรับแปลงตัวเลขเป็นสกุลเงิน โดยผลลัพธ์จะเป็นตัวเลขที่มีเครื่องหมายแสดงสกุลเงินอยู่ด้านหน้า โดยเครื่องหมายสกุลเงินจะเป็นสกุลใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบภาษา (local language settings) ที่ตั้งค่าไว้ในคอมพิวเตอร์ของเรานั่นเอง รูปแบบการใช้งาน ตัวอย่างการใช้งาน เรียกใช้ฟังก์ชัน DOLLAR โดยไม่ระบุจำนวนทศนิยม ผลลัพธ์จะได้ทศนิยม 2 ตำแหน่งโดยอัตโนมัติ เพราะเป็นค่าเริ่มต้น และเครื่องหมายสกุลเงินที่ได้จะเป็นเครื่องหมาย $ เพราะรูปแบบภาษาของเครื่องตั้งไว้เป็นภาษาอังกฤษ ถ้าต้องการกำหนดจำนวนทศนิยมเอง ให้ระบุอากิวเมนต์ decimals ด้วย ดังตัวอย่าง จากตัวอย่าง ระบุ decimals เป็น 4 จึงได้ผลลัพธ์ที่มีทศนิยม 4 ตำแหน่ง ถ้าไม่ต้องการทศนิยม ให้ระบุ decimals เป็น 0 ถ้าต้องการให้เครื่องหมายแสดงสกุลเงินเป็นสกุลอื่น…

การใช้งานฟังก์ชัน CONCAT ใน Excel

การใช้งานฟังก์ชัน CONCAT ใน Excel

ฟังก์ชัน CONCAT ใช้สำหรับรวมข้อความจากช่วงหรือข้อความหลาย ๆ ส่วนเข้าด้วยกัน โดยจะไม่มีการแทรกตัวคั่นข้อความ ฟังก์ชัน CONCAT ถูกนำมาใช้แทนฟังก์ช์ CONCATENATE ซึ่งมีการใช้งานในลักษณะเดียวกัน แต่จะถูกยกเลิกในอนาคต รูปแบบการใช้งาน ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเรียกใช้ฟังก์ชัน CONCAT เราสามารถระบุอากิวเมนต์เป็นข้อความลงไปตรงๆ หรือจะอ้างอิงเซลล์ก็ได้ ดังตัวอย่าง ผลลัพธ์ ข้อความที่เราระบุลงไปและค่าที่อยู่ในเซลล์ที่เราระบุลงไปจะถูกนำมาต่อกัน โดยไม่มีช่องว่างหรือเครื่องหมายใด ๆ คั่นเลย ถ้าต้องการให้มีช่องว่างระหว่างคำ หรือเครื่องหมายใด ๆ คั่นระหว่างข้อความที่นำมาต่อ เราต้องระบุลงไปเอง ดังตัวอย่าง ผลลัพธ์ ระหว่างข้อความที่นำมาต่อกัน จะมีช่องหว่างและเครื่องหมายคั่นตามที่เรากำหนด เราสามารถระบุอากิวเมนต์เป็นช่วงของเซลล์ก็ได้เช่นกัน ดังตัวอย่าง หมายเหตุ : ถ้าข้อความผลลัพธ์มีอักขระมากกว่า 32,767 ตัว…

การใช้งานฟังก์ชัน CONCATENATE ใน Excel

การใช้งานฟังก์ชัน CONCATENATE ใน Excel

ฟังก์ชัน CONCATENATE ใช้สำหรับรวมข้อความตั้งแต่ 2 ข้อความขึ้นไปเข้าเป็นข้อความเดียวกัน รูปแบบการใช้งาน อากิวเมนต์ text เราสามารถระบุเป็นข้อความเข้าไปตรง ๆ ก็ได้ หรือจะอ้างอิงเซลล์ที่เก็บข้อความหรือค่าที่ต้องการนำมาเชื่อมก็ได้เช่นกัน ตัวอย่างการใช้งาน สมมติว่าเรามีข้อมูลดังนี้ ต้องการใช้ฟังก์ชัน CONCATENATE เชื่อมข้อความ เราสามารถระบุอากิวเมนต์เป็นข้อความหรืออ้างอิงเซลล์ก็ได้ ดังนี้ ผลลัพธ์ ฟังก์ชัน CONCATENATE จะนำข้อความและค่าในเซลล์ที่เราระบุเป็นอากิวเมนต์มาต่อกัน จะเห็นว่า ข้อความที่ถูกนำมาต่อกันจะถูกวางติดกันเป็นพรืดไปหมด ไม่มีการเว้นวรรคหรือแทรกสัญลักษณ์คั่นใด ๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น ถ้าต้องการเว้นวรรคเราต้องแทรกเข้าไปเอง ดังตัวอย่าง ผลลัพธ์ จะมีการแทรกช่องว่างในจุดที่เราต้องการ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีการใช้ตัวดำเนินการ & มาเชื่อมข้อความแทนการใช้ฟังก์ชัน CONCATENATE อาจจะสะดวกกว่า เช่น…

การใช้งานฟังก์ชัน CODE ใน Excel

การใช้งานฟังก์ชัน CODE ใน Excel

ฟังก์ชัน CODE ใช้สำหรับแปลงอักขระเป็นตัวเลข (รหัส ASCII) ที่อ้างอิงถึงอักขระนั้น ๆ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะมีค่าระหว่าง 1-255 ตามรหัส ASCII นั่นเอง รูปแบบการใช้งาน ตัวอย่างการใช้งาน เรียกใช้ฟังก์ชัน CODE โดยระบุอากิวเมนต์เป็นตัวอักษร “A” ได้ผลลัพธ์เป็น 65 ซึ่งเป็นตัวเลข (ASCII) ที่อ้างอิงถึงตัวอักษร “A” นั่นเอง เรียกใช้ฟังก์ชัน CODE โดยระบุอากิวเมนต์เป็นข้อความ “The text for which you want the code of the first character.”…

การใช้งานฟังก์ชัน CLEAN ใน Excel

การใช้งานฟังก์ชัน CLEAN ใน Excel

ฟังก์ชัน CLEAN ใช้สำหรับลบอักขระที่ไม่สามารถพิมพ์ได้ออกจากข้อความ มีประโยชน์สำหรับใช้ทำความสะอาดข้อความที่นำเข้าจากโปรแกรมอื่น ๆ ที่มักจะมีอักขระที่ไม่สามารถพิมพ์ได้ปนเข้ามา รูปแบบการใช้งาน ตัวอย่างการใช้งาน เรียกใช้ฟังก์ชัน CLEAN โดยระบุอากิวเมนต์เป็นเซลล์ A1 ซึ่งเก็บข้อความต้นทางไว้ ผลลัพธ์ Excel จะค้นหาอักขระที่ไม่สามารถพิมพ์ได้ ซึ่งก็คืออักขระ 32 ตัวแรกใน ASCII ถ้าพบก็จะลบออก

การใช้งานฟังก์ชัน CHAR ใน Excel

การใช้งานฟังก์ชัน CHAR ใน Excel

ฟังก์ชัน CHAR ใช้สำหรับแปลงตัวเลข (รหัส ASCII) เป็นตัวอักษรที่ตัวเลขนั้นแทนที่หรืออ้างถึง โดยผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอักขระ 1 ตัวที่ถูกแทนค่าด้วยตัวเลขนั้นๆ รูปแบบการใช้งาน ตัวอย่างการใช้งาน เรียกใช้ฟังก์ชัน CHAR โดยระบุอากิวเมนต์เป็นตัวเลข 65 ซึ่งเป็นตัวเลขที่อ้างอิงถึงตัวอักษร A ได้ผลลัพธ์เป็น “A” เรียกใช้ฟังก์ชัน CHAR โดยระบุอากิวเมนต์เป็นตัวเลข 97 ซึ่งเป็นตัวเลขที่อ้างอิงถึงตัวอักษร a ได้ผลลัพธ์เป็น “a” หมายเหต : ถ้าระบุอากิวเมนต์ที่ไม่ใช่ตัวเลขระหว่า 1-255 จะเกิดข้อผิดพลาด

การใช้งานฟังก์ชัน BAHTTEXT ใน Excel

การใช้งานฟังก์ชัน BAHTTEXT ใน Excel

ฟังก์ชัน BAHTTEXT ใช้สำหรับแปลงตัวเลขให้เป็นข้อความภาษาไทย หรือแปลงจำนวนเงินให้เป็นคำอ่านภาษาไทยนั่นเอง รูปแบบการใช้งาน ตัวอย่างการใช้งาน เราสามารถใช้ฟังก์ชัน BAHTTEXT โดยระบุอากิวเมนต์เป็นตัวเลขลงไปตรงๆ ก็ได้ ดังนี้ จากตัวอย่าง ใช้ฟังก์ชัน BAHTTEXT โดยระบุอากิวเมนต์เป็นตัวเลข 10000 ได้ผลลัพธ์เป็น “หนึ่งหมื่นบาทถ้วน” ระบุอากิวเมนต์เป็นเลขทศนิยม จากตัวอย่าง เรียกใช้ฟังก์ชัน BAHTTEXT โดยระบุอากิวเมนต์เป็นตัวเลขทศนิยม 12345.50 ได้ผลลัพธ์เป็น “หนึ่งหมื่นสองพันสามร้อยสี่สิบห้าบาทห้าสิบสตางค์” อ้างอิงเซลล์ที่เก็บค่าตัวเลข จากตัวอย่าง เก็บค่าตัวเลข 1000000 ไว้ที่เซลล์ A1 แล้วเรียกใช้ฟังก์ชัน BAHTTEXT โดยระบุอากิวเมนต์เป็นเซลล์ A1 ได้ผลลัพธ์เป็น “หนึ่งล้านบาทถ้วน”

Canva | การกำหนดเวลาให้งานนำเสนอ

Canva | การกำหนดเวลาให้งานนำเสนอ

เมื่อเราสร้างงานนำเสนอ Presentation ใน Canva แต่ละหน้าจะถูกกำหนดเวลาในการเล่นไว้ที่ 5 วินาที โดยอัตโนมัติ เอาไว้ในกรณีที่นำเสนองานแบบให้เล่นอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม เราสามารถกำหนดเวลาใหม่มากหรือน้อยกว่าค่าเริ่มต้นก็ได้เช่นกัน โดยมีวิธีการดังนี้

Canva | การจัดกลุ่มวัตถุเพื่อง่ายต่อการจัดการ

Canva | การจัดกลุ่มวัตถุเพื่อง่ายต่อการจัดการ

ในบางกรณีเราอาจต้องการจัดการกับวัตถุหลาย ๆ ชิ้นในลักษณะเดียวกัน เช่น การย้ายไปวางตำแน่งอื่น การกำหนดการเคลื่อนไหวเป็นกลุ่ม เป็นต้น เราสามารถทำได้โดยการจัดกลุ่มให้วัตถุเหล่านั้นก่อนแล้วค่อยจัดการอื่น ๆ ตามต้องการ โดยวิธีการจัดกลุ่มให้วัตถุหลาย ๆ ชิ้นสามารถทำได้ดังนี้ วัตถุทั้งหมดที่เลือกจะกลายเป็นกลุ่มเดียวกัน ทีนี้เราก็สามารถย้ายวัตถุเหล่านั้นพร้อมกัน หรือกำหนดการเคลื่อนไหวให้กลุ่มได้ หรือจัดการด้านอื่น ๆ กับวัตถุที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน การจัดกลุ่มเลเยอร์ของวัตถุ อีกวิธีหนึ่งที่สะดวกกว่าการจัดกลุ่มวัตถุด้วยการคลิกวัตถุทีละชิ้นคือการจัดกลุ่มเลเยอร์ เพราะจะสะดวกต่อการเลือกวัตถุมากกว่า ในกรณีที่มีวัตถุจำนวนมากและวางทับซ้อนกัน โดยวิธีทำมีดังนี้ กดปุ่ม Alt + 1 บนคีย์บอร์อด เพื่อเปิดแท็บ “เลเยอร์” หรือ วัตถุที่เลือกทั้งหมดจะถูกจัดกลุ่ม ถึงแม้จะรวมกลุ่มแล้ว ถ้าต้องการแก้ไขวัตถุใด ๆ ในกลุ่มเป็นการเฉพาะเจาะจงแบบแยกชิ้นก็สามารถคลิกที่วัตถุนั้น ๆ เพื่อแก้ไขได้ การยกเลิกการจัดกลุ่ม…

Canva | การจัดตำแหน่งวัตถุในงานนำเสนอหรืองานออกแบบอื่นๆ

Canva | การจัดตำแหน่งวัตถุในงานนำเสนอหรืองานออกแบบอื่นๆ

ใน Canva ไม่ว่าเราจะออกแบบงานประเภทใดก็ตาม ต้องมีการนำวัตถุต่าง ๆ มาวางในชิ้นงาน ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ วิดีโอ หรืออื่น ๆ เราสามารถจัดการลำดับการวางก่อนหลังของวัตถุเหล่านั้นได้ดังนี้ ในกรณีที่มีวัตถุวางทับซ้อนกันจำนวนมาก วิธีจัดเรียงดังกล่าวข้างต้นอาจะไม่เหมาะสม เพราะบางทีอาจคลิกไม่โดนวัตถุที่ต้องกาจัดเรียงก็เป็นได้ วิธีแก้ไขปัญหาดังกล่าวมีดังนี้ กดปุ่ม Alt + 1 บนคีย์บอร์อด เพื่อเปิดแท็บ “เลเยอร์” หรือ วิธีนี้จะช่วยให้เราจัดเรียงวัตถุที่วางทับซ้อนกันจำนวนมากได้สะดวกมากขึ้น

Canva | การสร้างการเคลื่อนไหวให้วัตถุในงานนำเสนอ

Canva | การสร้างการเคลื่อนไหวให้วัตถุในงานนำเสนอ

ในการสร้างงานนำเสนอ หรือ Presentation นั้น การทำให้วัตถุต่าง ๆ ในชิ้นงานมีการเคลื่อนไหวจะช่วยให้งานนำเสนอของเราดูน่าสนใจยิ่งขึ้น ใน Canva เราสามารถสร้างการเคลื่อนไหวให้วัตถุได้ดังนี้ ภายใต้แท็บ “ภาพถายเคลื่อนไหว” มีรูปแบบการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ให้เลือกใช้มากมาย เราสามารถนำเมาส์ไปชี้ที่รูปแบบแต่ละแบบเพื่อดูตัวอย่างผลลัพธ์ได้ สร้างการเคลื่อนไหวให้กับวัตถุทั้งหมดในหน้าเดียวกัน นอกจากการสร้างการเคลื่อนไหวให้กับวัตถุทีละชิ้นดังกล่าวข้างต้นแล้ว เรายังสามารถร่นระยะเวลาในการทำงานได้โดยการกำหนดการเคลื่อนไหวให้กับวัตถุทุกชิ้นในหน้านั้น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยวัตถุทุกชิ้นจะมีการเคลื่อนไหวแบบเดียกันทั้งหมด โดยวิธีดังนี้ วัตถุทุกชิ้นในหน้านั้น ๆ จะมีการเคลื่อนไหวที่เหมือนกันทั้งหมด กำหนดการเคลื่อนไหวให้มีผลกับทุกหน้า นอกจากนี้เรายังสามารถนำการตั้งค่าการเคลื่อนไหวไปใช้กับทุก ๆ หน้าในงานนำเสนอของเราอย่างรวดเร็ว โดยคลิกที่ปุ่ม “ใช้กับทุกหน้ากระดาษ” ที่อยู่ด้านล่างสุดได้เลย หรือถ้าต้องการลบการเคลื่อนไหวทั้งหมดก็คลิกที่ปุ่ม “ลบแอนิเมชั่นทั้งหมด” ได้เลย

Canva | วิธีใช้งานเลย์เอาต์ในงานนำเสนอ

Canva | วิธีใช้งานเลย์เอาต์ในงานนำเสนอ

เมื่อสร้างงานนำเสนอด้วย Canva เราสามารถเลือกเลย์เอาต์การจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ Canva เตรียมไว้ให้ เพื่อความสะดวกในการออกแบบงานได้ดังนี้ เลย์เอาต์ที่เราเลือกจะถูกนำไปใช้ในแผ่นงานของเราทันที หลังจากนั้นเราสามารถแก้ไขข้อความ และนำรูปภาพไปวาง ณ จุดที่เลย์เอาต์จัดเรียงไว้ให้ได้ตามต้องการ การแก้ไขข้อความในเลย์เอาต์ สามารถดับเบิ้ลคลิกที่กล่องข้อความแล้วแก้ไขเป็นข้อความตามที่เราต้องการได้เลย การแก้ไขรูปภาพในเลย์เอาต์ เลย์เอาต์ที่ถูกเพิ่มเข้ามาจะเป็นโครงร่างการจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ เท่านั้น รูปภาพหรือองค์ประกอบอื่น ๆ เราต้องนำเข้ามาวางเอง ด้วยวิธีการดังนี้ หลังจากนั้นคลิกลากรูปที่ต้องการไปวางในกรอบเลย์เอาต์ตามต้องการได้เลย ถ้ารูปที่นำไปวางไม่พอดีกับกรอบของเลย์เอาต์ เราสามารถปรับแต่งได้โดยการดับเบิ้ลคลิกภายในรูปนั้น ๆ หลังจากนั้นทำการปรับแต่งได้ดังนี้ นอกจากนั้นเรายังสามารถปรับแต่งภาพเพิ่มเติมได้ดังนี้ เมื่อปรับแต่งเสร็จแล้วคลิกปุ่ม “เสร็จแล้ว” หรือคลิกนอกพื้นที่ของรูปภาพที่เลือกก็ได้

Elementor | แสดงโพสต์ด้วยเอลิเมนต์ Posts

Elementor | การใช้งานเอลิเมนต์ Posts

เอลิเมนต์ Post เป็นเอลิเมนต์ของ Elementor แบบ Pro ใช้สำหรับนำโพสต์ที่เราเคยเขียนไว้มาแสดงในหน้าเว็บที่สร้างด้วย Elementor โดยเราสามารถตั้งค่าการแสดงผลของโพสต์ได้ภายใต้หัวข้อ Layout ดังนี้ Layout ภายใต้หัวข้อ Layout เราสามารถกำหนดค่าต่าง ๆ ได้ดังนี้ โดยเมื่อเลือก Skin แต่ละรูปแบบ เราสามารถกำหนดค่าอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ดังนี้ สกินแบบ Classic Skin แบบ Classic มีตัวเลือกให้กำหนดค่าต่าง ๆ ดังนี้ สกินแบบ Cards ถ้าเลือก Skin แบบ Cards จะมีตัวเลือกการตั้งค่าบางอย่างที่แตกต่างไปจากแบบ Classic ดังนี้…

Elementor | สร้างปุ่มแชร์ด้วยเอลิเมนต์ Share Buttons

สร้างปุ่มแชร์ด้วยเอลิเมนต์ Share Buttons ใน Elementor

Share Buttons เป็นเอลิเมนต์ที่ใช้สำหรับสร้างปุ่มแชร์หน้าเว็บไปยัง Social media มีให้ใช้ใน Elementor Pro คือแบบเสียเงินนั่นเอง สำหรับวิธีใช้งานมีดังนี้ครับ เบื้องต้นจะมีปุ่มให้ 3 ปุ่ม คือ Facebook, Twitter และ LinkedIn ถ้าไม่ต้องการปุ่มไหนก็คลิก X เพื่อลบทิ้งได้ วิธีเปลี่ยน Social Media และข้อความบนปุ่ม ปุ่มแชร์ทุกปุ่มจะมีข้อความกำกับอยู่ ซึ่งถ้าเราต้องการเปลี่ยนข้อความมาใช้ข้อความของเราเองก็สามารถทำได้เช่นกัน หรือจะเปลี่ยนปุ่มนั้น ๆ ให้แชร์ไปยัง Social Media ตัวอื่นก็ได้เช่นกัน โดยทำดังนี้ วิธีสร้างปุ่มเพิ่มเติม ถ้าต้องการสร้างปุ่มเพิ่มเติมเพื่อแชร์ไปยัง Social Media อื่น ๆ…

สร้างงานนำเสนอ Presentation ด้วย Canva

วิธีใช้ Canva สร้างงานนำเสนอ Presentation

Canva มีเครื่องมือที่ช่วยให้การสร้างงานนำเสนอหรือ Presentation ทำได้ง่าย รวดเร็ว และสวยงามเป็นอย่างมาก เพราะมีเทมเพลทสวย ๆ ให้เลือกใช้งานมากมาย ทำให้เราไม่ต้องมานั่งออกแบบเองให้เสียเวลา โดยวิธีสร้างงานนำเสนอ Presentation ด้วย Canva สามารถทำได้ดังนี้ เมื่ออยู่ที่หน้าหลัก ให้คลิกที่แท็บ Presentations แล้วคลิกเลือกรูปแบบงานนำเสนอที่ต้องการสร้าง โดยมีรูปแบบงานนำเสนอให้เลือกใช้ดังนี้ ในตัวอย่างเลือก Presentation (16:9) นะครับ เมื่อคลิกเลือกรูปแบบแล้ว Canva จะสร้างโปรเจ็กต์งานนำเสนอซึ่งมีขนาดตามรูปแบบที่เราเลือก โดยเบื้องต้นจะมีหน้าเอกสารเปล่า ๆ ให้ 1 หน้า จะมีตัวอย่างหน้าที่มีการออกแบบไว้แล้วให้เลือกใช้ เราสามารถคลิกหน้าใดหน้าหนึ่งที่ต้องการเพื่อนำไปใช้ก็ได้ หรือจะคลิกปุ่ม Apply all …. pages เพื่อเลือกใช้ทุกหน้าก็ได้เช่นกัน…

วิธีสร้างงานออกแบบเบื้องต้นใน Canva

วิธีสร้างงานออกแบบเบื้องต้นใน Canva

วิธีสร้างงานออกแบบใน Canva มีอยู่หลายรูปแบบ ดังนี้ สร้างชิ้นงานว่าง ๆ ตามขนาดที่ Canva กำหนดไว้ให้ การสร้างชิ้นงานว่าง ๆ ตามขนาดที่ Canva กำหนดไว้ให้ เราจะได้ชิ้นงานว่าง ๆ ซึ่งถูกกำหนดขนาดไว้อย่างเหมาะสมตามรูปแบบงานที่เราเลือก โดยมีวิธีการดังนี้ คลิกที่ปุ่ม Create a design ที่มุมขวาด้านบนใกล้ๆ กับรูปโปรไฟล์ จะมีรูปแบบงานดีไซน์แนะนำให้เลือกใช้มากมาย โดยถ้าเราเลือกรูปแบบงานแบบใด โปรเจ็กต์ของเราจะถูกกำหนดขนาด กว้าง x สูง ที่เหมาะสมกับงานชนิดนั้นๆ ดังนี้ ที่ช่อง Search ด้านบน เราสามารถพิมพ์คำค้นหารูปแบบงานดีไซน์ที่ต้องการได้ด้วย ในตัวอย่างลองเลือก Instagram Post (Square)…

วิธีสั่งให้สลับไปเปิดโปรเจ็กต์ปัจจุบันในแอพ Canva

วิธีสั่งให้สลับไปเปิดโปรเจ็กต์ปัจจุบันในแอพ Canva

ในขณะที่กำลังออกแบบงานโปรเจ็กต์ใด ๆ อยู่ในเว็บเบราเซอร์ ถ้าเราต้องการสลับไปเปิดโปรเจ็กต์ที่กำลังทำงานอยู่นั้นในแอบที่ติดตั้งบน Desktop แทน ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้ โปรเจ็กต์ดังกล่าวจะถูกเปิดด้วยแอพ Canva ทันที หมายเหตุ: ต้องติดติ้งแอพ Canva สำหรับ Desktop ไว้ก่อนนะครับ วิธีดาวน์โหลดและติดตั้ง Canva เวอร์ชัน Desktop เมื่อเปิดโปรเจ็กต์ด้วยแอพบน Desktop แล้ว หน้าโปรเจ็กต์ที่เปิดอยู่บนเว็บเบราเซอร์จะถูกปิดไปนะครับ โดยจะเปิดไปหน้าสำหรับดาวน์โหลดแอพแทน

วิธีตั้งชื่อหรือเปลี่ยนชื่อโปรเจ็กต์ใน Canva

วิธีตั้งชื่อหรือเปลี่ยนชื่อโปรเจ็กต์ใน Canva

การสร้างโปรเจ็กต์ใน Canva นั้น จะมีแนวทางการสร้างอยู่ 2 แนวทาง คือ สร้างโปรเจ็กต์ว่าง ๆ ขึ้นมาเอง และสร้างโปรเจ็กต์จากเทมเพลทที่มีอยู่แล้ว วิธีตั้งชื่อโปรเจ็กต์ สำหรับโปรเจ็กต์ที่เราสร้างขึ้นมาเอง จะเป็นโปรเจ็กต์ที่ไม่มีชื่อ (Untitled design….) ซึ่งเราสามารถตั้งชื่อโปรเจ็กต์ได้ด้วยวิธีดังนี้ ในหน้าออกแบบ ชื่อโปรเจ็กต์จะอยู่ที่ด้านบนขวา โดยเรียงอยู่ด้านห้ารูปโปรไฟล์ของบัญชีของเรา ให้เลื่อนเมาส์ไปคลิก แล้วพิมพ์ชื่อโปรเจ็กต์ตามที่ต้องการได้เลย วิธีตั้งชื่อโปรเจ็กต์ก็ง่าย ๆ แค่นี้เองครับ วิธีเปลี่ยนชื่อโปรเจ็กต์ ถ้าเป็นโปรเจ็กต์ที่สร้างจากเทมเพลท โดยค่าเริ่มต้นชื่อโปรเจ็กต์ก็จะเป็นชื่อตามที่ตั้งมาในเทมเพลทนั่นเอง ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับที่เราต้องการหรือไม่สื่อความหมาย เราก็สามารถเปลี่ยนชื่อโปรเจ็กต์เสียใหม่ได้ วิธีทำก็เหมือนวิธีตั้งชื่อเทมเพลทนั่นแหละครับ ให้คลิกที่ชื่อโปรเจ็กต์เดิม หลังจากนั้นก็พิมพ์ชื่อโปรเจ็กต์ใหม่ได้ตามต้องการ วิธีเปลี่ยนชื่อโปรเจ็กต์โดยไม่ต้องเปิดโปรเจ็กต์ ถ้าเราต้องการเปลี่ยนชื่อโปรเจ็กต์โดยที่ไม่ต้องเปิดเข้าไปดูโปรเจ็กต์นั้น ๆ ก็สามารถทำได้ในหน้า Projects ดังนี้ เปิดเข้าไปในหน้า…

วิธีลบไฟล์โปรเจ็กต์ใน Canva และวิธีกู้คืน

วิธีลบไฟล์โปรเจ็กต์ใน Canva และวิธีกู้คืน

ใน Canva ถ้ามีโปรเจ็กต์ที่เราไม่ต้องการแล้ว ต้องการลบทิ้งก็สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยวิธีการดังนี้ วิธีลบโปรเจ็กต์ใน Canva ในหน้า Projects ให้เลื่อนเมาส์ไปชี้เหนือโปรเจ็กต์ที่ต้องการลบ จะมีปุ่มคำสั่งปรากฏขึ้นมา ให้คลิกที่ปุ่ม 3 จุด จะมีเมนูคำสั่งปรากฏขึ้นมา ให้คลิกที่คำสั่ง Move to trash วิธีลบทีละหลายโปรเจ็กต์พรอมกัน ถ้าต้องการลบทีละหลาย ๆ โปรเจ็กต์พร้อมกัน ก็สามารถทำได้ดังนี้ เปิดเข้าไปที่หน้า Projects จะมีป๊อปอัปแจ้งเตือนว่าโปรเจ็กต์ตามจำนวนที่เลือกจะถูกลบ ก็คลิกปุ่ม Move to trash เพื่อยืนยันการลบได้เลย วิธีกู้คืนโปรเจ็กต์ที่ถูกลบไปแล้ว สำหรับโปรเจ็กต์ที่เราได้ทำการลบไปแล้วตามขั้นตอนด้านบนนั้น จะยังไม่ถูกลบจริง ๆ แต่จะถูกนำไปเก็บไว้ที่ถังขยะ ถ้าเราต้องการกู้คืนโปรเจ็กต์ที่ถูกลบเหล่านั้นก็สามารถทำได้ โดยวิธีการดังนี้…

วิธีจัดการกับชิ้นงานเบื้องต้นใน Canva

วิธีจัดการกับชิ้นงานเบื้องต้นใน Canva

หน้า Projects เป็นหน้าที่รวบรวมโปรเจ็กต์ทุกชิ้นของเรา รวมทั้งโปรเจ็กต์ของทีม และโปรเจ็กต์ที่แชร์กับเราด้วย เราสามารถจัดการกับโปรเจ็กต์ตาง ๆ ในหน้านี้ เช่น เปลี่ยนชื่อ, ย้ายโฟลเดอร์, แชร์ เป็นต้น โดยมีวิธีการดังนี้ ต้องการจัดการโปรเจ็กต์ใด ให้เลื่อนเมาส์ไปวางเหนือโปรเจ็กต์นั้น จะมีปุ่ม 3 จุด ปรากฏขึ้นมา ให้คลิกที่ปุ่มดังกล่าว ก็จะมีเมนูคำสั่งปรากฏออกมา ให้เราจัดการดังนี้