WHERE Clause ใน MySQL
WHERE คือคำสั่งที่ใช้ใน SQL เพื่อ ระบุเงื่อนไข สำหรับการดึงข้อมูลจากฐานข้อมูล โดยจะแสดงเฉพาะแถวที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้เท่านั้น
WHERE คือคำสั่งที่ใช้ใน SQL เพื่อ ระบุเงื่อนไข สำหรับการดึงข้อมูลจากฐานข้อมูล โดยจะแสดงเฉพาะแถวที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้เท่านั้น
คำสั่ง SELECT ใช้สำหรับ ดึงข้อมูล (Query) จากฐานข้อมูล โดยสามารถเลือกคอลัมน์ที่ต้องการแสดงผล กำหนดเงื่อนไขในการค้นหา จัดเรียงข้อมูล และรวมกลุ่มข้อมูลได้
MySQL คือ ระบบจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database Management System: RDBMS) ที่ใช้สำหรับเก็บและจัดการข้อมูลในรูปแบบตาราง โดยอาศัยภาษา SQL (Structured Query Language) ในการทำงาน MySQL เป็นที่นิยมใช้ในเว็บแอปพลิเคชัน เนื่องจากมีความเสถียรและประสิทธิภาพสูง ดาวน์โหลด MySQL ถ้าต้องการใช้งาน MySQL บนระบบปฏิบัติการ Windows เราต้องดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งสำหรับ Windows มาก่อน โดยสามารถดาวน์โหลดได้ที่ลิงก์นี้ 👉 ดาวน์โหลด MySQL สำหรับ Windows เราจะถูกพาไปยังอีกหน้าเพื่อให้ทำการ Login หรือ Sign Up แต่เราไม่จำเป็นต้องทำ เราสามารถดาวน์โหลด…
MariaDB คือระบบจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database Management System – RDBMS) ที่พัฒนามาจาก MySQL โดยเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส MariaDB ถูกพัฒนาโดยนักพัฒนากลุ่มเดียวกับที่สร้าง MySQL หลังจากที่ Oracle Corporation เข้าซื้อกิจการ MySQL ทำให้นักพัฒนาบางกลุ่มแยกตัวออกมาพัฒนา MariaDB เพื่อรักษาความเป็นโอเพนซอร์สและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน ดังนั้น MariaDB จึงสามารถใช้แทน MySQL ได้ วิธีดาวน์โหลดและติดตั้ง MariaDB บน Windows ถ้าต้องการใช้งาน MariaDB เป็นเครื่องมือในการจัดการฐานข้อมูลบนระบบปฏิบัติการ Windows สามารถเข้าไปดาวน์โหลดตัวติดตั้งได้จากเว็บไซต์ของ MariaDB โดยตรง สามารถคลิกที่ลิงก์นี้ได้เลย 👉…
SQL Data Types คือประเภทของข้อมูลที่ใช้ในฐานข้อมูลเพื่อกำหนดชนิดของค่าที่สามารถบันทึกลงในคอลัมน์ของตาราง (Table) ได้ ชนิดของข้อมูลใน SQL มีหลายประเภท โดยสามารถแบ่งออกเป็นหมวดหมู่หลัก ๆ ได้ดังนี้ 1. Numeric Data Types (ประเภทตัวเลข) ใช้สำหรับการเก็บค่าตัวเลข ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็นสองหมวดหลัก คือ ตัวเลขจำนวนเต็ม และตัวเลขทศนิยม ประกอบด้วย 2. String Data Types (ประเภทข้อความ) ใช้สำหรับการเก็บค่าข้อความ (String) เช่น ชื่อหรืออีเมล 3. Date and Time Data Types (ประเภทวันและเวลา) ใช้สำหรับการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับวันเวลา…
SQL Injection เป็นการโจมตีที่ใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนในแอปพลิเคชันที่มีการรับข้อมูลจากผู้ใช้โดยตรงแล้วนำไปใช้ในคำสั่ง SQL โดยไม่ได้กรองหรือตรวจสอบข้อมูลอย่างถูกต้อง ทำให้ผู้โจมตีสามารถแทรกหรือแก้ไขคำสั่ง SQL เพื่อเข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลในฐานข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ตัวอย่างของ SQL Injection การโจมตี SQL Injection มีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและโครงสร้างของฐานข้อมูล เราจะมาดูตัวอย่างหลัก ๆ ที่พบบ่อยๆ สร้างตารางตัวอย่าง ก่อนที่เราจะเข้าไปดูตัวอย่างการโจมตี เรามาเริ่มด้วยการสร้างตารางตัวอย่างกันก่อนนะครับ คำสั่ง SQL เพื่อสร้างตารางและแทรกข้อมูล ข้อมูลในตาราง users Classic SQL Injection (การโจมตีพื้นฐาน) ผู้โจมตีอาจใช้การกรอกข้อมูลในฟอร์ม Login ที่ไม่ได้กรองข้อมูลอย่างถูกต้อง เช่น ถ้าผู้โจมตีกรอกข้อมูลดังนี้: คำสั่ง SQL จะเปลี่ยนเป็น เนื่องจาก…
คำสั่ง CREATE VIEW ใน SQL ใช้เพื่อสร้าง “มุมมอง” (View) ซึ่งเป็นการสร้างตารางเสมือน (Virtual Table) จากการคิวรีข้อมูลในตารางจริง (หรือหลายตาราง) โดย View จะไม่เก็บข้อมูลไว้ในฐานข้อมูลจริงๆ แต่เป็นการเก็บคำสั่ง SQL ที่ใช้ในการดึงข้อมูลออกมาจากตาราง ซึ่งการใช้ View มีประโยชน์ในการสร้างคิวรีที่ซับซ้อนเพื่อให้เรียกใช้งานง่ายขึ้น และยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการซ่อนข้อมูลบางส่วนจากผู้ใช้งาน โครงสร้างของคำสั่ง CREATE VIEW ตัวอย่างการสร้างและใช้งาน View ในรูปแบบต่างๆ การสร้าง View พื้นฐานจากตารางเดียว สมมติว่ามีตารางพนักงาน (Employees) ที่เก็บข้อมูลของพนักงานในบริษัท สร้างตาราง Employees และแทรกข้อมูล ข้อมูลในตาราง employees…
ในการจัดการวันที่และเวลาภายในฐานข้อมูล SQL มีประเภทข้อมูลหลายประเภทที่ใช้ในการเก็บวันที่และเวลา ได้แก่ DATE, DATETIME, TIMESTAMP, และ YEAR ซึ่งแต่ละประเภทมีการใช้งานที่แตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับความต้องการของเรา DATE ข้อมูลประเภท DATE ใช้สำหรับเก็บข้อมูลเฉพาะวันที่ โดยไม่เก็บข้อมูลเวลา รูปแบบการเก็บข้อมูลเป็น YYYY-MM-DD ซึ่งรองรับช่วงวันที่ตั้งแต่ปี 1000 ถึงปี 9999 เราจะลองสร้างตาราง persons เพื่อเก็บข้อมูลบุคคลด้วยคำสั่งดังนี้ ตาราง persons จะมีคอลัมน์ birthdate สำหรับเก็บข้อมูลวันเกิดในรูปแบบ DATE DATETIME ข้อมูลประเภท DATETIME ใช้สำหรับเก็บข้อมูลทั้งวันที่และเวลา รูปแบบการเก็บข้อมูลเป็น YYYY-MM-DD HH:MM:SS โดยช่วงเวลาที่รองรับคือปี 1000 ถึง…
AUTO INCREMENT ใน SQL เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยสร้างเลขลำดับโดยอัตโนมัติเมื่อมีการแทรกข้อมูลใหม่เข้าไปในตาราง โดยทั่วไป AUTO INCREMENT มักถูกใช้กับคอลัมน์ที่เป็น Primary Key เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลในคอลัมน์นั้นมีความเป็นเอกลักษณ์ (Unique) และไม่ซ้ำกัน หลักการทำงานของ AUTO INCREMENT โครงสร้างพื้นฐานของ AUTO INCREMENT ในกรณีนี้ column1 จะเป็นคอลัมน์ที่ทำงานแบบ AUTO INCREMENT และคอลัมน์นี้จะถูกตั้งค่าเป็น Primary Key ด้วย ตัวอย่างการใช้งาน สมมติว่าเราต้องการสร้างตาราง employees ที่เก็บข้อมูลพนักงาน โดยมีคอลัมน์ employee_id ที่เป็น AUTO INCREMENT เพื่อกำหนดรหัสพนักงานให้เป็นเลขลำดับอัตโนมัติ ในการเพิ่มข้อมูล…
คำสั่ง CREATE INDEX ใน SQL ใช้เพื่อสร้างดัชนี (Index) บนคอลัมน์ของตาราง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาและจัดเรียงข้อมูล การใช้งาน CREATE INDEX สามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น ดัชนีบนคอลัมน์เดียว ดัชนีหลายคอลัมน์ ดัชนีที่ไม่ซ้ำกัน (Unique Index) และดัชนีแบบเต็มข้อความ (Full-text Index) โดยแต่ละรูปแบบมีจุดเด่นและวิธีการประยุกต์ใช้งานแตกต่างกันตามลักษณะการใช้งานของข้อมูลในตาราง สร้างตารางตัวอย่าง สร้างตาราง Customers เพิ่มข้อมูลในตาราง รูปแบบการใช้งานคำสั่ง CREATE INDEX การสร้างดัชนีบนคอลัมน์เดียว ดัชนีบนคอลัมน์เดียวใช้เพื่อเพิ่มความเร็วในการค้นหาหรือเรียงลำดับข้อมูลในคอลัมน์นั้นๆ คำสั่งสำหรับการสร้าง index ดัชนี idx_lastname ถูกสร้างบนคอลัมน์ LastName ของตาราง Customers…
DEFAULT Constraint ใช้ในการกำหนดค่าเริ่มต้น (default value) ให้กับคอลัมน์ในตาราง เมื่อมีการเพิ่มข้อมูลใหม่แต่ไม่ได้ระบุค่าของคอลัมน์นั้น ๆ ระบบจะใช้ค่าเริ่มต้นที่กำหนดโดยอัตโนมัติ ประโยชน์ของ DEFAULT Constraint ตัวอย่างการใช้งาน DEFAULT Constraint ในตัวอย่างนี้ เราจะสร้างตารางชื่อว่า employees ที่ประกอบด้วยคอลัมน์ต่าง ๆ ดังนี้ เมื่อเราเพิ่มข้อมูลลงในตารางโดยไม่ระบุค่าในบางคอลัมน์ ค่าที่ถูกกำหนดเป็น DEFAULT จะถูกใช้งานโดยอัตโนมัติ ข้อมูลที่ได้
CHECK Constraint ใน SQL ใช้เพื่อกำหนดเงื่อนไขสำหรับข้อมูลที่ถูกแทรกลงในตาราง เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ป้อนเข้าไปตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ หากข้อมูลไม่ผ่านเงื่อนไข ระบบจะไม่อนุญาตให้บันทึกข้อมูลนั้นลงในตาราง ประเภทของการใช้งาน CHECK Constraint การใช้ CHECK Constraint กับคอลัมน์เดียว สร้างตาราง Employees ด้วยคำสั่งดังนี้ ในตัวอย่างนี้ เราสร้างตารางชื่อ Employees ที่มีเงื่อนไขว่า คอลัมน์ Age จะต้องมีค่าไม่น้อยกว่า 18 ปี ถ้าข้อมูลที่แทรกเข้ามาไม่ตรงกับเงื่อนไขนี้ จะไม่สามารถบันทึกข้อมูลได้ แทรกข้อมูลด้วยคำสั่งดังนี้ การใช้ CHECK Constraint กับหลายคอลัมน์ ในตัวอย่างนี้ ตาราง Orders จะมีเงื่อนไขว่าคอลัมน์ Quantity และ…
FOREIGN KEY คือคอนสเตรนต์ (Constraint) ที่ใช้กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างสองตาราง โดยการเชื่อมโยงระหว่างคอลัมน์ในตารางหนึ่งไปยังคอลัมน์ในอีกตารางหนึ่ง โดยคอลัมน์ที่เชื่อมโยงกันจะต้องเป็นค่าที่มีอยู่ในตารางเป้าหมาย (หรือมีค่า NULL) โดยทั่วไปแล้วคอนสเตรนต์นี้ใช้เพื่อรักษาความถูกต้องของข้อมูล (Data Integrity) ในฐานข้อมูล รูปแบบการใช้งาน FOREIGN KEY การสร้าง FOREIGN KEY ขณะสร้างตาราง สมมติว่าเรามีระบบจัดการคำสั่งซื้อสินค้า (Order Management System) ที่ประกอบด้วยสองตาราง ดังนี้ เราสามารถสร้าง FOREIGN KEY ในตาราง Orders โดยเชื่อมโยง CustomerID กับตาราง Customers ดังนี้ โครงสร้างของตาราง Customers โครงสร้างของตาราง Orders…
ใน SQL PRIMARY KEY คือข้อบังคับ (constraint) ที่ใช้เพื่อบังคับให้คอลัมน์หรือชุดของคอลัมน์ในตารางมีค่าไม่ซ้ำกันและไม่เป็นค่า NULL โดยค่าในคอลัมน์นี้จะต้องมีความเป็นเอกลักษณ์ (unique) สำหรับแต่ละแถวในตาราง การใช้งาน PRIMARY KEY Constraint ตัวอย่างการใช้งาน Primary Key แบบคอลัมน์เดียว สร้างตาราง Customers โดยใช้ PRIMARY KEY ในคอลัมน์ CustomerID ในตัวอย่างนี้คอลัมน์ CustomerID เป็น PRIMARY KEY ซึ่งหมายความว่าค่าของคอลัมน์นี้จะไม่ซ้ำกันและไม่สามารถเป็น NULL ได้ โครงสร้างของตารางจะเป็นดังนี้ แทรกข้อมูลตัวอย่างด้วยคำสั่งดังนี้ ข้อมูลในตารางจะเป็นดังนี้ Primary Key แบบหลายคอลัมน์…
UNIQUE Constraint เป็นข้อจำกัดที่ใช้เพื่อให้มั่นใจว่าค่าที่เก็บอยู่ในคอลัมน์ของฐานข้อมูลจะไม่ซ้ำกัน (unique) ในแต่ละแถว ซึ่งแตกต่างจาก Primary Key ตรงที่สามารถใช้ UNIQUE Constraint กับหลายคอลัมน์ได้ และคอลัมน์ที่มี UNIQUE Constraint สามารถเก็บค่า NULL ได้ (แต่จะเก็บได้แค่ NULL เดียวเท่านั้น) การใช้งาน UNIQUE Constraint เราจะสร้างตารางตัวอย่างเพื่อแสดงการประยุกต์ใช้ UNIQUE Constraint ในหลายรูปแบบ ดังนี้ UNIQUE Constraint บนคอลัมน์เดียว ในตัวอย่างนี้ เราจะสร้างตารางที่เก็บข้อมูลพนักงาน โดยเราต้องการให้ค่าของอีเมลในตารางนี้ไม่ซ้ำกัน คอลัมน์ Email ถูกกำหนด UNIQUE Constraint…
ใน SQL, NOT NULL Constraint ใช้เพื่อกำหนดว่าในคอลัมน์นั้นต้องมีข้อมูล ไม่สามารถเป็นค่า NULL ได้ หรือก็คือข้อมูลในคอลัมน์นั้นห้ามเว้นว่าง คำสั่งนี้มีประโยชน์ในการป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญในคอลัมน์ที่ต้องมีค่าถูกบันทึกเป็นค่าว่าง (NULL) การกำหนด NOT NULL Constraint ในตอนสร้างตาราง ในขั้นตอนการสร้างตาราง เราสามารถกำหนด NOT NULL ได้ดังนี้ อธิบายโค้ด การกำหนด NOT NULL Constraint ในขั้นตอนการปรับปรุงตาราง ในขั้นตอนการปรับปรุงตารางด้วยคำสั่ง ALTER TABLE เราสามารถกำหนด NOT NULL ได้ดังนี้ อธิบายโค้ด
Constraint ใน SQL คือเงื่อนไขที่ใช้กำหนดกฎการทำงานของตารางข้อมูล เช่น การกำหนดให้คอลัมน์มีค่าที่ไม่ซ้ำกัน ห้ามเป็นค่า NULL หรือค่าสูงสุดต่ำสุดที่กำหนดได้ เพื่อความถูกต้องและสมบูรณ์ของข้อมูลในฐานข้อมูล ประเภทของ Constraint ใน SQL ตัวอย่างการสร้างตารางพร้อมการใช้งาน Constraint สมมุติว่าเรามีฐานข้อมูลสำหรับเก็บข้อมูลของพนักงานในบริษัท ซึ่งต้องการตารางชื่อ Employees ที่มีข้อจำกัดดังนี้ SQL สำหรับสร้างตาราง ตาราง Departments: ตาราง Employees:
คำสั่ง ALTER TABLE ใน SQL ใช้ในการแก้ไขโครงสร้างของตารางในฐานข้อมูล ซึ่งสามารถใช้ได้ในหลายรูปแบบ เช่น เพิ่มคอลัมน์ ลบคอลัมน์ เปลี่ยนแปลงประเภทข้อมูลของคอลัมน์ หรือเพิ่มข้อจำกัด (constraints) เป็นต้น สร้างตารางตัวอย่าง สร้างตารางตัวอย่างโดยใช้คำสั่งดังนี้ ข้อมูลในตารางตัวอย่างจะเป็นดังนี้ การใช้คำสั่ง ALTER TABLE เพื่อเพิ่มคอลัมน์ เราสามารถใช้คำสั่ง ALTER TABLE เพื่อเพิ่มคอลัมน์เข้าไปในตาราง ดังนี้ คำสั่งนี้เพิ่มคอลัมน์ใหม่ที่ชื่อว่า Email ลงในตาราง Employees โดยมีประเภทข้อมูลเป็น VARCHAR(100) การใช้คำสั่ง ALTER TABLE เพื่อเปลี่ยนแปลงประเภทข้อมูลของคอลัมน์ เราสามารถใช้คำสั่ง ALTER TABLE เพื่อเปลี่ยนแปลงประเภทข้อมูลของคอลัมน์ในตารางได้…
คำสั่ง DROP TABLE ใน SQL ใช้สำหรับลบตารางออกจากฐานข้อมูลแบบถาวร เมื่อใช้คำสั่งนี้แล้ว ตารางรวมถึงข้อมูลที่อยู่ในตารางจะถูกลบออกไปอย่างสมบูรณ์และไม่สามารถกู้คืนได้ (เว้นแต่จะมีการสำรองข้อมูลไว้ล่วงหน้า) นอกจากนี้ ยังส่งผลให้ข้อกำหนดใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตาราง เช่น primary key, foreign key, index และ trigger ถูกลบไปด้วย รูปแบบการใช้งานคำสั่ง DROP TABLE การใช้งานคำสั่ง DROP TABLE ลบตารางโดยไม่มีข้อกำหนดพิเศษ ถ้าต้องการลบตาราง Employees ออกจากฐานข้อมูล สามารถใช้คำสั่งต่อไปนี้ ผลลัพธ์: ตาราง Employees และข้อมูลทั้งหมดในตารางจะถูกลบออกจากฐานข้อมูล ลบตารางแบบมีการตรวจสอบเงื่อนไขว่าตารางมีอยู่หรือไม่ บางครั้งเราอาจไม่แน่ใจว่าตารางมีอยู่ในฐานข้อมูลหรือไม่ เพื่อป้องกันการเกิดข้อผิดพลาด…
คำสั่ง CREATE TABLE ใน SQL ใช้เพื่อสร้างตารางใหม่ในฐานข้อมูล โดยเราต้องระบุชื่อของตาราง และข้อมูลคอลัมน์ที่เราต้องการ เช่น ชนิดข้อมูล (data type) ของแต่ละคอลัมน์ ข้อกำหนดต่างๆ เช่น PRIMARY KEY, NOT NULL, UNIQUE, FOREIGN KEY เป็นต้น โครงสร้างพื้นฐานของคำสั่ง CREATE TABLE การใช้งานคำสั่ง CREATE TABLE การสร้างตารางพื้นฐาน ตัวอย่างนี้เราจะสร้างตารางชื่อ Employees เพื่อจัดเก็บข้อมูลของพนักงาน คำอธิบาย การใช้ FOREIGN KEY เราสามารถสร้างตารางที่เชื่อมต่อกับตารางอื่นด้วย FOREIGN KEY…
ใน SQL, คำสั่ง CREATE DATABASE ใช้สำหรับสร้างฐานข้อมูลใหม่ในระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) เช่น MySQL, PostgreSQL, หรือ SQL Server รูปแบบการใช้งาน สมมติว่าต้องการสร้างฐานข้อมูลชื่อ ShopDB สามารถใช้คำสั่งดังนี้ การสร้างตารางในฐานข้อมูล หลังจากที่สร้างฐานข้อมูลแล้ว เราสามารถสร้างตารางภายในฐานข้อมูลนั้นได้โดยใช้คำสั่ง CREATE TABLE รูปแบบการใช้งาน ตัวอย่างการสร้างตาราง เราจะสร้างตาราง Customers ในฐานข้อมูล ShopDB เพื่อต้องการจัดเก็บข้อมูลของลูกค้า โดยใช้คำสั่งดังนี้ การแทรกข้อมูลลงในตาราง เมื่อสร้างตารางเสร็จแล้ว เราสามารถใช้คำสั่ง INSERT INTO เพื่อแทรกข้อมูลลงในตาราง รูปแบบการใช้งาน ตัวอย่างการแทรกข้อมูลลงในตาราง Customers
ฟังก์ชัน COALESCE ใน SQL ใช้สำหรับคืนค่าตัวแรกที่ไม่เป็น NULL จากรายการของค่าในอาร์กิวเมนต์ที่กำหนดไว้ ฟังก์ชันนี้สามารถรองรับอาร์กิวเมนต์หลายตัว และจะทำการคืนค่าตัวแรกที่ไม่เป็น NULL หากไม่มีค่าใดที่ไม่เป็น NULL มันจะคืนค่าเป็น NULL รูปแบบการใช้งาน expression1, expression2, และ expressionN คืออาร์กิวเมนต์ที่สามารถเป็นค่า คอลัมน์ หรือค่าที่คำนวณได้ ฟังก์ชันจะทำการเช็คเรียงตามลำดับจากซ้ายไปขวา หากพบค่าที่ไม่เป็น NULL จะคืนค่านั้นทันที การใช้งานฟังก์ชัน COALESCE เราจะสร้างตารางข้อมูลตัวอย่างชื่อว่า Employees โดยใช้คำสั่งดังนี้ ในตัวอย่างนี้ ตาราง Employees มีคอลัมน์ที่เก็บชื่อพนักงาน โดยมี middle_name ที่อาจมีค่าที่เป็น NULL ได้…
ฟังก์ชัน IFNULL ใน SQL ใช้เพื่อตรวจสอบค่าว่าเป็น NULL หรือไม่ หากค่าเป็น NULL จะคืนค่าที่กำหนดไว้แทน NULL หากค่าไม่เป็น NULL จะคืนค่านั้นออกมาเหมือนเดิม ซึ่งฟังก์ชันนี้จะช่วยในการจัดการข้อมูลที่อาจมีช่องว่างหรือค่าว่างในฐานข้อมูล โครงสร้างของฟังก์ชัน IFNULL การใช้งานฟังก์ชัน IFNULL สร้างตาราง employees เพื่อใช้เป็นตัวอย่าง โดยใช้โค้ดดังต่อไปนี้ จะได้ข้อมูลตัวอย่างดังนี้ การใช้ IFNULL เพื่อแทนค่าที่เป็น NULL ด้วยค่าที่ต้องการ ในตัวอย่างนี้ เราจะใช้ IFNULL เพื่อแทนค่า NULL ในคอลัมน์ salary ด้วยข้อความ “No Salary” เพื่อแสดงให้เห็นว่าบางคนไม่มีการระบุเงินเดือน…
ฟังก์ชัน ISNULL ใช้เพื่อแทนค่าที่เป็น NULL ด้วยค่าที่ระบุไว้ ฟังก์ชันนี้มีโครงสร้างดังนี้ โดย expression คือค่าหรือคอลัมน์ที่ต้องการตรวจสอบ และ replacement_value คือค่าที่จะแทนที่เมื่อ expression มีค่าเป็น NULL สร้างตารางและแทรกข้อมูลตัวอย่าง สร้างตารางและแทรกข้อมูลตัวอย่างลงในตารางโดยใช้คำสั่งดังนี้ (ในตัวอย่างใช้ MS SQL Server) จะได้ข้อมูลตัวอย่างดังนี้ การใช้งานฟังก์ชัน ISNULL สมมุติว่าเราต้องการให้เงินเดือนพนักงานที่มีค่า NULL ถูกแทนด้วยค่าเริ่มต้น เช่น 30000 เราสามารถใช้ ISNULL ได้ดังนี้ ผลลัพธ์ การใช้ฟังก์ชัน ISNULL กับการคำนวณ เราสามารถใช้ ISNULL ในการคำนวณร่วมกับคอลัมน์อื่นได้ เช่น…