MySQL การใช้งานฟังก์ชัน ADDDATE()
ฟังก์ชัน ADDDATE() ใช้เพื่อเพิ่มจำนวนวัน หรือช่วงเวลา (INTERVAL) เข้าไปในวันที่ที่กำหนด เหมาะสำหรับงานที่ต้องการบวก วัน/เดือน/ปี หรือเวลา
ฟังก์ชัน ADDDATE() ใช้เพื่อเพิ่มจำนวนวัน หรือช่วงเวลา (INTERVAL) เข้าไปในวันที่ที่กำหนด เหมาะสำหรับงานที่ต้องการบวก วัน/เดือน/ปี หรือเวลา
ฟังก์ชัน TRUNCATE() ใช้เพื่อตัดทศนิยมของตัวเลขออกให้เหลือตามจำนวนตำแหน่งที่ระบุ โดยไม่ปัดขึ้น เหมาะสำหรับการตัดเลขทศนิยมออก
ฟังก์ชัน TAN() ใน MySQL ใช้สำหรับคำนวณค่าแทนเจนต์ (Tangent) ของมุม x โดยที่ x ต้องเป็นมุมในหน่วยเรเดียน (radians) ฟังก์ชันนี้เหมาะกับงานที่เกี่ยวข้องกับตรีโกณมิติ
ฟังก์ชัน SUM() ใน MySQL เป็น Aggregate Function ใช้สำหรับคำนวณผลรวมของค่าตัวเลขทั้งหมดในคอลัมน์ที่ระบุ หมาะสำหรับการสรุปยอดรวม เช่น ยอดขาย
ฟังก์ชัน SQRT(x) ใช้สำหรับคำนวณรากที่สอง (square root) ของค่าที่กำหนด เหมาะสำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์พื้นฐาน, การวิเคราะห์ข้อมูล, การเงิน, ฟิสิกส์, และการคำนวณทั่วไป
ฟังก์ชัน SIN(x) ใน MySQL ใช้สำหรับคำนวณค่าซาย (Sine) ของมุม x โดยที่ x ต้องเป็นมุมในหน่วยเรเดียน (radians) ฟังก์ชันนี้เหมาะมากกับงานที่เกี่ยวข้องกับตรีโกณมิติ
ฟังก์ชัน SIGN() ใน MySQL ใช้เพื่อตรวจสอบทิศทางของค่าตัวเลข ใช้สำหรับดูว่าเลขนั้นเป็นบวก ลบ หรือศูนย์
ฟังก์ชัน ROUND() ใน MySQL ใช้เพื่อปัดค่าตัวเลขทศนิยมให้เป็นจำนวนเต็ม หรือปัดให้เหลือจำนวนตำแหน่งทศนิยมที่ต้องการ รองรับทั้งการปัดขึ้นและปัดลง
ฟังก์ชัน RAND() ใน MySQL ใช้สำหรับสร้างค่าตัวเลขสุ่มแบบทศนิยม (float) ระหว่าง 0.0 ถึง น้อยกว่า 1.0 ผลลัพธ์เป็นค่าทศนิยม
ฟังก์ชัน RADIANS() ใน MySQL ใช้สำหรับแปลงค่ามุมจาก "องศา (degrees)" เป็น "เรเดียน (radians)" ใช้ในฟังก์ชันตรีโกณมิติเช่น SIN(), COS(), TAN()
ฟังก์ชัน POWER(x, y) ใน MySQL ใช้สำหรับคำนวณค่ายกกำลังของตัวเลข เหมาะสำหรับงานคำนวณทั่วไป เช่น ยกกำลัง 2, 3, ทศนิยม หรือติดลบ
ฟังก์ชัน POW() ใน MySQL ใช้สำหรับคำนวณค่ายกกำลังของตัวเลข เหมาะกับการคำนวณทั่วไป เช่น ยกกำลัง 2, กำลัง 3, กำลังทศนิยม หรือกำลังติดลบ
ฟังก์ชัน PI() ใน MySQL ใช้เพื่อคืนค่าคงที่ทางคณิตศาสตร์ “π” (pi) ซึ่งมีค่าประมาณ 3.141592653589793 ฟังก์ชันนี้ไม่มีพารามิเตอร์
ฟังก์ชัน MOD() ใน MySQL ใช้สำหรับคำนวณค่าเศษจากการหาร ผลลัพธ์คือเศษที่เหลือหลังจากหาร x ด้วย y ใช้ได้กับจำนวนเต็ม (INT) หรือทศนิยม (FLOAT, DECIMAL) ก็ได้
ฟังก์ชัน MIN() เป็น Aggregate Function ใน MySQL ใช้สำหรับค้นหาค่าที่น้อยที่สุด (minimum value) จากข้อมูลในคอลัมน์ที่ระบุ
ฟังก์ชัน MAX() ใน MySQL ใช้เพื่อหาค่ามากที่สุด (maximum value) จากข้อมูลในคอลัมน์ใดคอลัมน์หนึ่ง
ฟังก์ชัน LOG2() ใน MySQL ใช้เพื่อคำนวณลอการิทึมฐาน 2 (log₂) ของค่าตัวเลขที่กำหนด ฟังก์ชันนี้ตอบคำถามว่า “2 ยกกำลังเท่าใดถึงจะได้ค่า x”
ฟังก์ชัน LOG10() ใน MySQL ใช้เพื่อคำนวณค่าลอการิทึมฐาน 10 (log₁₀) ของค่าตัวเลขที่ระบุ ฟังก์ชันนี้คำนวณว่า 10 ยกกำลังเท่าไหร่ถึงจะได้ค่านั้น
ฟังก์ชัน LOG() ใน MySQL ใช้เพื่อคำนวณค่าลอการิทึม (Logarithm) ของตัวเลขที่กำหนด โดยสามารถใช้ได้ทั้งลอการิทึมฐานธรรมชาติ (logₑ หรือ ln) หรือลอการิทึมฐานใด ๆ ที่ผู้ใช้ระบุ
ฟังก์ชัน LN() ใน MySQL ใช้สำหรับคำนวณ "ลอการิทึมธรรมชาติ" (Natural Logarithm) ของตัวเลขที่ระบุ
ฟังก์ชัน LEAST() ใน MySQL ใช้สำหรับเปรียบเทียบค่าหลายค่า แล้วคืนค่าที่ “น้อยที่สุด” (least) ในบรรดาค่าที่ระบุ
ฟังก์ชัน GREATEST() ใน MySQL ใช้สำหรับเปรียบเทียบค่าหลาย ๆ ค่า แล้วคืนค่าที่ "มากที่สุด" (greatest) จากรายการนั้น
ฟังก์ชัน FLOOR() ใน MySQL ใช้เพื่อปัดค่าทศนิยมลงเป็นจำนวนเต็มที่น้อยกว่าหรือเท่ากับค่าต้นฉบับ โดยผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นจำนวนเต็ม (ไม่มีทศนิยม)
ฟังก์ชัน EXP() ใน MySQL ใช้สำหรับคำนวณค่า e ยกกำลัง x (eˣ) โดย e คือค่าคงที่ทางคณิตศาสตร์ (Euler’s number) มีค่าประมาณ 2.718281828459