MySQL การใช้งานฟังก์ชัน REVERSE()
ฟังก์ชัน REVERSE() ใน MySQL ใช้สำหรับสลับลำดับอักขระในข้อความ (string) จากหลังไปหน้า หรือพูดง่าย ๆ คือ "กลับด้านข้อความ" เช่น 'ABC' เป็น 'CBA'
ฟังก์ชัน REVERSE() ใน MySQL ใช้สำหรับสลับลำดับอักขระในข้อความ (string) จากหลังไปหน้า หรือพูดง่าย ๆ คือ "กลับด้านข้อความ" เช่น 'ABC' เป็น 'CBA'
ฟังก์ชัน REPLACE() ใน MySQL ใช้เพื่อแทนที่ข้อความย่อย (substring) ที่พบในข้อความหลัก ด้วยข้อความใหม่ โดยทุกครั้งที่พบข้อความที่ตรงกัน จะถูกแทนที่ทั้งหมด
ฟังก์ชัน REPEAT() ใช้ใน MySQL เพื่อทำซ้ำข้อความ (string) ตามจำนวนครั้งที่กำหนด เช่น 'ABC' ซ้ำ 3 ครั้ง จะได้ผลลัพธ์เป็น 'ABCABCABC'
ฟังก์ชัน POSITION() ใน MySQL ใช้เพื่อค้นหาตำแหน่งแรกที่ข้อความย่อย (substring) ปรากฏในข้อความหลัก (string) เป็นฟังก์ชันที่ทำงานเหมือนกับ LOCATE()
ฟังก์ชัน MID() เป็นฟังก์ชันใน MySQL ที่ใช้สำหรับดึงบางส่วนของข้อความ (substring) จากตำแหน่งที่กำหนด เช่นเดียวกับฟังก์ชัน SUBSTRING()
ฟังก์ชัน LTRIM() ใน MySQL ใช้สำหรับลบช่องว่าง (spaces) ทางด้านซ้ายของข้อความ (string) เพื่อทำความสะอาดข้อมูลก่อนนำไปใช้
ฟังก์ชัน LPAD() หรือ Left-Pad เป็นฟังก์ชันใน MySQL ที่ใช้สำหรับเติมข้อความหรืออักขระเข้าไปทางด้านซ้ายของ string เพื่อให้ได้ความยาวตามที่ต้องการ
ฟังก์ชัน LOWER() ใน MySQL ใช้สำหรับแปลงข้อความทั้งหมดให้เป็นตัวพิมพ์เล็ก (lowercase) เช่น 'HELLO' เป็น 'hello' หรือ 'MySQL' เป็น 'mysql'
ฟังก์ชัน LOCATE() ใช้สำหรับค้นหาตำแหน่งแรกที่ข้อความย่อย (substring) ปรากฏในข้อความหลัก (string) คล้ายกับ INSTR() และ POSITION() แต่สามารถระบุตำแหน่งเริ่มต้นในการค้นหาได้ ประโยชน์ของฟังก์ชัน LOCATE() รูปแบบการใช้งาน ตัวอย่างการใช้งาน ค้นหาภาพยนตร์ที่มีคำว่า ‘ACTION’ อยู่ในฟิลด์ description หาตำแหน่งคำว่า ‘AMAZING’ ใน description และดึงข้อความหลังจากนั้น
ฟังก์ชัน LENGTH() ใน MySQL ใช้เพื่อวัดความยาวของข้อความ (string) โดยจะคืนค่าเป็น จำนวน “ไบต์ (bytes)” ที่ใช้เก็บข้อความนั้น ซึ่งต่างจากฟังก์ชัน CHAR_LENGTH() หรือ CHARACTER_LENGTH() ที่นับเป็นจำนวนตัวอักษร (characters) ประโยชน์ของ LENGTH() รูปแบบการใช้งาน ตัวอย่างการใช้งาน เปรียบเทียบกับ CHAR_LENGTH() ตรวจสอบความยาวของชื่อภาพยนตร์ (เป็นไบต์) ตรวจสอบความยาวของชื่อนักแสดงที่เก็บใน first_name
ฟังก์ชัน LEFT() ใน MySQL ใช้เพื่อดึงอักขระ (characters) จำนวนหนึ่งจากทางด้านซ้ายของข้อความ เช่น ต้องการดึงเอา 3 ตัวแรก ของคำว่า "MySQL"
LCASE() เป็นฟังก์ชันใน MySQL ที่ใช้สำหรับแปลงข้อความ (string) ให้เป็นตัวพิมพ์เล็ก (lowercase) ทั้งหมด เช่น HELLO เป็น hello
ฟังก์ชัน INSTR() (ย่อมาจาก “IN STRing”) เป็นฟังก์ชันใน MySQL ที่ใช้เพื่อค้นหาตำแหน่งแรกที่พบข้อความย่อย (substring) ภายในข้อความหลัก (string) ประโยชน์ของฟังก์ชัน INSTR() รูปแบบการใช้งาน ตัวอย่างการใช้งาน ค้นหาตำแหน่งของคำว่า ‘SQL’ ในข้อความ ดึงชื่อภาพยนตร์ที่มีคำว่า ‘ACTION’ อยู่ใน description ใช้ร่วมกับ CASE เพื่อจัดหมวดหมู่ภาพยนตร์ที่มีคำเฉพาะใน description หมายเหตุ
ฟังก์ชัน INSERT() ใน MySQL ใช้เพื่อแทรกข้อความ (string) ลงไปในข้อความอีกชุดหนึ่ง โดยสามารถเลือกได้ว่าให้แทรกเริ่มที่ตำแหน่งใด และจะแทนที่กี่ตัวอักษรของข้อความต้นฉบับ
ฟังก์ชัน FORMAT() ใน MySQL ใช้สำหรับ จัดรูปแบบตัวเลขให้อ่านง่ายขึ้น โดยเฉพาะการ ใส่จุดทศนิยม และ เครื่องหมายคั่นหลักพัน (,) ตาม locale
ฟังก์ชัน FIND_IN_SET() ใช้เพื่อค้นหาตำแหน่ง (ลำดับ) ของค่าที่กำหนด (search value) ภายในชุดข้อความที่คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (comma-separated values) โดย ประโยชน์ของ FIND_IN_SET() รูปแบบการใช้งาน ตัวอย่างการใช้งาน สมมุติว่ามีการดัดแปลงตาราง film ให้มีคอลัมน์ tags (เป็น string CSV เช่น ‘Action,Drama,Comedy’) ใช้เรียงลำดับภาพยนตร์ตามความสำคัญของ rating
ฟังก์ชัน FIELD() ใน MySQL ใช้สำหรับค้นหาว่าค่าแรก (search value) ตรงกับค่าที่อยู่ในรายการ (list of values) ลำดับที่เท่าไร โดย ประโยชน์ของฟังก์ชัน FIELD() รูปแบบการใช้งาน ตัวอย่างการใช้งาน เรียงลำดับภาพยนตร์ตามระดับความเหมาะสม (rating) ด้วยลำดับที่เรากำหนดเอง ใช้ FIELD() ร่วมกับ WHERE หรือ CASE
ฟังก์ชัน CONCAT_WS() (ย่อมาจาก Concatenate With Separator) คือฟังก์ชันใน MySQL ที่ใช้รวมข้อความหลายค่าเข้าด้วยกันโดยมีตัวคั่น (separator)
ฟังก์ชัน CONCAT() ใน MySQL ใช้เพื่อรวมข้อความหลาย ๆ ข้อความเข้าด้วยกันเป็นข้อความเดียว โดยสามารถรวมข้อความได้ตั้งแต่ 2 ข้อความขึ้นไป
ฟังก์ชัน CHARACTER_LENGTH() ใน MySQL ใช้สำหรับนับจำนวนตัวอักษร (characters) ภายในข้อความ (string) ซึ่งถือว่าเป็นฟังก์ชันที่เหมือนกับ CHAR_LENGTH()
ฟังก์ชัน CHAR_LENGTH() ใน MySQL ใช้เพื่อนับจำนวน ตัวอักษร (character) ในข้อความ โดยไม่สนใจว่าแต่ละตัวอักษรใช้กี่ไบต์ ต่างจากฟังก์ชัน LENGTH()
ฟังก์ชัน ASCII() ใน MySQL ใช้เพื่อคืนค่ารหัส ASCII ของตัวอักษรตัวแรกในข้อความ (string) โดยจะคืนค่าเป็นจำนวนเต็ม (INTEGER) ที่ตรงกับรหัส ASCII ของตัวอักษรนั้น
Data Types ใน MySQL คือชนิดของข้อมูลที่ใช้กำหนดให้กับคอลัมน์ในตาราง เพื่อระบุว่าข้อมูลในคอลัมน์นั้นควรเป็นประเภทใด เช่น ตัวเลข ตัวอักษร วันที่
View คือ ตารางเสมือน (Virtual Table) ที่สร้างขึ้นจากคำสั่ง SELECT โดยไม่มีการเก็บข้อมูลจริงใน View นั้น แต่จะอ้างอิงข้อมูลจากตารางจริง