Python การเข้าถึงข้อมูลใน Dictionary
ถ้าต้องการเข้าถึงข้อมูลใน Dictionary สามารถทำได้โดยระบุชื่อ key ไว้ภายในวงเล็บสี่เหลี่ยม ดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์ iPhone 14 เมธอด get() การเข้าถึงค่าข้อมูลใน Dictionary อีกวิธีหนึ่งคือ…
ถ้าต้องการเข้าถึงข้อมูลใน Dictionary สามารถทำได้โดยระบุชื่อ key ไว้ภายในวงเล็บสี่เหลี่ยม ดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์ iPhone 14 เมธอด get() การเข้าถึงค่าข้อมูลใน Dictionary อีกวิธีหนึ่งคือ…
Dictionary เป็นการเก็บข้อมูลแบบ Collection อีกแบบหนึ่ง ใช้เก็บค่าข้อมูลที่มีการจับคู่กันแบบ key:value สามารถแก้ไขข้อมูลได้ และไม่สามารถเก็บข้อมูลซ้ำกันได้ (ชื่อ key ซ้ำกันไม่ได้) ใน Python เวอร์ชัน 3.6…
เมธอด update() ใช้สำหรับรวมสมาชิกจากหลายเซ็ทเข้าด้วยกัน คล้าย ๆ เมธอด union() แต่เมธอด update() จะนำสมาชิกจากเซ็ท (หรือ Iterable) อื่นมาเพิ่มเข้าในเซ็ทต้นทาง มีรูปแบบการใช้งานดังนี้ ตัวอย่าง…
เมธอด union() ใช้สำหรับรวมสมาชิกจากเซ็ทหลาย ๆ เซ็ทเข้าด้วยกัน (ข้อมูลที่ซ้ำกันจะเหลือไว้เพียงชุดเดียว) มีรูปแบบการใช้งานดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์ จะได้เซ็ทใหม่ที่มีสมาชิกจากเซ็ท a และเซ็ท b รวมกัน {‘Asus’,…
เมธอด symmetric_difference_update() ใช้สำหรับรวมสมาชิกที่ต่างกันจากเซ็ท 2 เข้าด้วยกัน โดยจะลบสมาชิกที่มีอยู่ในเซ็ททั้ง 2 แล้วเพิ่มสมาชิกที่ต่างกันจากเซ็ทปลายทางเข้ามาในเซ็ทต้นทาง มีรูปแบบการใช้งานดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์ ข้อมูลที่เหมือนกันจะถูกลบออกจากเซ็ท a และข้อมูลที่ต่างกันในเซ็ท b…
เมธอด symmetric_difference() ใช้สำหรับรวมข้อมูลจากเซ็ท 2 เซ็ทเข้าด้วยกัน (เฉพาะข้อมูลที่แตกต่างกัน) ข้อมูลที่มีอยู่ในทั้งสองเซ็ทจะถูกละเว้น มีรูปแบบการใช้งานดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์ จะได้เซ็ทใหม่ที่มีข้อมูลจากเซ็ท a และเซ็ท b (เฉพาะข้อมูลที่ต่างกัน)…
ถ้าต้องการลบข้อมูลออกจาก Set โดยสามารถระบุได้ว่าจะลบข้อมูลตัวไหน สามารถทำได้โดยใช้เมธอด remove() ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์ ข้อมูลคำว่า “Dell” จะหายไปจากเซ็ท a {‘Lenovo’, ‘MSI’, ‘Microsoft’,…
เมธอด pop() ใช้สำหรับลบข้อมูลออกจากเซ็ททีละ 1 ค่า มีรูปแบบการใช้งานดังนี้ การลบข้อมูลด้วยเมธอด pop() จะเป็นการลบแบบสุ่ม คือเราระบุไม่ได้ว่าจะให้ลบข้อมูลตัวใดในเซ็ท และจะคืนค่ากลับออกมาเป็นข้อมูลที่ถูกลบ ตัวอย่าง ผลลัพธ์ สมาชิกในเซ็ท a…
เมธอด issuperset() ใช้สำหรับตรวจสอบว่าเซ็ทปัจจุบันเป็น Superset ของอีกเซ็ทหนึ่งหรือไม่ เช่น ถ้าสมาชิกทั้งหมดในเซ็ท b มีอยู่ในเซ็ท a นั่นแสดงว่าเซ็ท a เป็น Superset ของเซ็ท…
เมธอด issubset() ใช้สำหรับตรวจสอบว่า Set หนึ่งเป็น Subset ของอีก Set หนึ่งหรือไม่ เช่น ถ้าสมาชิกทั้งหมดในเซ็ท a มีอยู่ในเซ็ท b ด้วย…
เมธอด isdisjoint() ใช้สำหรับตรวจสอบว่าข้อมูลในเซ็ทจำนวน 2 ชุดไม่มีข้อมูลซ้ำกันหรือไม่ ถ้าไม่มีข้อมูลซ้ำกันจะคืนค่าเป็น True แต่ถ้ามีข้อมูลซ้ำกันจะคืนค่าเป็น False มีรูปแบบการใช้งานดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์จะเป็น True เพราะเซ็ท a…
เมธอด intersection_update() ใช้สำหรับลบข้อมูลใน Set ที่ไม่ปรากฏอยู่ในเซ็ทอื่น มีรูปแบบการใช้งานดังนี้ เมธอด intersection_update() จะลบข้อมูลจาก Set ต้นทาง ที่ไม่มีใน Set ที่นำมาเปรียบเทียบ ดังตัวอย่าง…
ถ้าต้องการหาค่าที่ซ้ำกันในเซ็ทตั้งแต่ 2 เซ็ทขึ้นไป สามารถทำได้โดยใช้เมธอด intersection() ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานดังนี้ เมธอด intersection() จะให้ผลลัพธ์เป็นข้อมูลแบบ Set ที่ประกอบไปด้วยข้อมูลที่ซ้ำกันใน 2 เซ็ทหรือมากกว่า ตัวอย่าง ผลลัพธ์…
นอกจากเมธอด remove() แล้ว เราสามารถลบข้อมูลใน Set ได้โดยใช้งานเมธอด discard() ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์ ข้อมูลที่ระบุจะถูกลบออกไปจาก Set {‘Asus’, ‘Lenovo’} ข้อแตกต่างระหว่างเมธอด…
เราสามารถลบข้อมูลใน Set ที่ซ้ำกับข้อมูลในเซ็ทอื่นได้ด้วยเมธอด difference_update() ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานดังนี้ โดยเมธอด difference_update() จะทำการเปรียบเทียบข้อมูลระหว่าง Set ต้นทางกับ Set ที่นำมาเปรียบเทียบ และลบข้อมูลที่ซ้ำกันออกจาก Set ต้นทาง…
ถ้าต้องการหาค่าที่แตกต่างกันระหว่าง Set ตั้งแต่ 2 เซ็ทขึ้นไป สามารถทำได้โดยใช้เมธอด difference() ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานดังนี้ โดยการใช้งานเมธอด difference() จะได้ข้อมูลเป็น Set ใหม่ ที่มีข้อมูลที่แตกต่างกันระหว่างเซ็ทต้ทางกับเซ็ทที่นำมาเปรียบเทียบ ตัวอย่าง…
เราสามารถคัดลอก Set ได้โดยการใช้งานเมธอด copy() ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์ ได้เซ็ทใหม่ที่มีข้อมูลเหมือนกันกันเซ็ทต้นทางทุกประการ {‘Lenovo’, ‘Acer’, ‘Asus’}
ถ้าต้องการลบข้อมูลทั้งหมดใน Set สามารถทำได้โดยใช้เมธอด clear() โดยมีรูปแบบการใช้งานดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์ จะเหลือเพียงเซ็ทว่างเท่านั้น set()
เราสามารถเพิ่มข้อมูลใหม่เข้าไปในข้อมูลแบบ Set ได้โดยการใช้งานเมธอด add() ซึ่งเมธอดนี้จะเพิ่มข้อมูลใหม่เข้าไปใน Set แต่ถ้าข้อมูลที่เพิ่มเข้าไปใหม่มีค่าซ้ำกันกับข้อมูลเดิมที่มีอยู่ใน Set แล้ว ข้อมูลใหม่จะไม่ถูกเพิ่ม รูปแบบการใช้งานเมธอด add() มีดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์…
เราสามารถรวม Tuple หลาย ๆ อันเข้าด้วยกันโดยใช้ตัวดำเนินการ + ผลลัพธ์ จะได้ Tuple ใหม่ที่มีข้อมูลจาก tuple1 และ tuple2 รวมกัน (‘Asus’,…
เราสามารถเข้าถึงข้อมูลใน Tuple ทีละลำดับจนครบทุกค่าด้วยลูป for ผลลัพธ์ AsusLenovoAcerDellIntelMicrosoft เราสามารถวนลูปเพื่อเข้าถึงข้อมูลใน Tuple โดยการระบุค่า Index ก็ได้เช่นกัน โดยใช้ฟังก์ชัน range() และ len()…
ในขณะที่เราสร้างตัวแปรประเภท Tuple ขึ้นมาและกำหนดข้อมูลให้กับตัวแปรดังกล่าว เรียก Packing เหมือนแพ็กสินค้ายังไงยังงั้น แต่ในกรณีของ Tuple เป็นการแพ็กข้อมูล จากโค้ดด้านบนนั้นเป็นการประกาศตัวแปรข้อมูลแบบ Tuple พร้อมทั้งกำหนดข้อมูลให้มัน นี่แหละที่เรียกว่า Packing a…
Tuple เป็นชนิดข้อมูลที่ไม่สามารถแก้ไขได้ คือเมื่อสร้างข้อมูลประเภท Tuple ขึ้นมาแล้ว เราจะเพิ่ม ลบ หรือแก้ไขข้อมูลใน Tuple นั้นโดยตรงไม่ได้ แต่ก็ไม่ต้องกังวล เมื่อทำโดยตรงไม่ได้ เราก็ทำอ้อม ๆ เอา…
การเข้าถึงข้อมูลหรือสมาชิกใน Tuple สามารถทำได้โดยการอ้างอิงหมายเลขอินเด็กซ์ โดยระบุไว้ภายในเครื่องหมายวงเล็บสี่เหลี่ยม square brackets (อินเด็กซ์เริ่มที่ 0) โดยมีรูปบแบบดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์ Dell ระบุอินเด็กซ์ติดลบ เราสามารถอ้างอิงถึงข้อมูลใน Tuple…