DCRUB

DCRUB

วิธีเพิ่ม Worksheet ใหม่ ใน Excel

ใน Excel เมื่อเราสร้างเวิร์คบุ๊คขึ้นมาใหม่ Excel จะสร้าง Worksheet ให้อัตโนมัติ 1 Worksheet (สามารถตั้งค่าให้มากกว่านี้ได้) หากเราต้องการให้ใน 1 Workbook มีหลาย Worksheet เราสามารถเพิ่ม Worksheet ใหม่ได้เรื่อย ๆ โดยมีวิธีการดังนี้ หน้าต่าง Insert จะถูกเปิดขึ้นมา Worksheet ใหม่จะถูกเพิ่มเข้ามาด้านหน้า Worksheet ปัจจุบัน (Worksheet ที่เราคลิกขวา) เราสามารถคลิกที่ Worksheet ค้างไว้แล้วลากไปทางซ้ายหรือขวา เพื่อเรียงลำดับใหม่ได้ตามต้องการ หรือวิธีที่เร็วที่สุดในการเพิ่ม Worksheet ใหม่ก็คือ คลิกที่สัญลักษณ์ ที่แถบ Worksheet Worksheet…

วิธีบันทึก Workbook ใน Excel

หลังจากที่เราทำงานเช่น เพิ่มข้อมูล ปรับปรุงแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ ใน Workbook แล้ว สิ่งที่เราจะต้องทำแน่ ๆ คือ การบันทึก ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้ คลิกที่สัญลักษณ์ ที่มุมซ้ายด้านบน หรือคลิกที่เมนู File หรือวิธีที่เร็ว ๆ อีกวิธีหนึ่งก็คือการใช้คีย์ลัด โดยคลิกปุ่ม Ctrl + S บนคีย์บอร์ด หลังจากนั้น ในกรณีเป็นการบันทึกครั้งแรก ให้คลิกที่คำสั่ง Save หรือ Save As ก็ได้ ที่หัวข้อ Save As จะมีตัวเลือก 4 ตัวเลือก…

วิธีสร้าง Workbook ใหม่ ใน Excel

ใน Excel เมื่อต้องการสร้าง Workbook ใหม่ สามารถทำได้ดังนี้ คลิกที่เมนู File หลังจากนั้นคลิกที่ Blank workbook เพื่อสร้างเวิร์คบุ๊คว่าง ๆ ขึ้นมาทำงานได้ทันที เวิร์คบุ๊คว่าง ๆ จะถูกเปิดขึ้นมา ให้เราสามารถทำงานได้ตามสะดวก สร้าง Workbook จากเท็มเพลท วิธีที่สำเสนอด้านบนนั้น เป็นการสร้างเวิร์คบุ๊คแบบว่าง ๆ ขึ้นมาใช้งาน แต่ถ้าเราต้องการความรวดเร็ว เราสามารถสร้างเวิร์คบุ๊คจากเท็มเพลทที่ทางไมโครซอฟต์เตรียมไว้ให้ก็ได้ โดยวิธีการดังนี้ หลังจากคลิกที่เมนู File แล้ว ให้คลิกที่คำสั่ง New หรือคำสั่ง More templates ก็ได้เช่นกัน จะเข้าสู่หน้า New เราสามารถ…

Python String เมธอด format_map()

เมธอด format_map() เป็นเมธอดสำหรับจัดรูปแบบสตริง คล้าย ๆ กับเมธอด format() มีรูปแบบการใช้งานดังนี้ ตัวอย่างการใช้งานเมธอด format_map() ผลลัพธ์ Python and Django are very good. Python จะนำค่าของคีย์ที่อยู่ใน Dictionary มาแทรกในสตริงตามตำแหน่งที่เราได้ระบุคีย์เอาไว้ {a} {b} ถ้าเราต้องการสร้างตัวแปรเก็บข้อมูลสตริงเอาไว้ก่อนก็สามารถทำได้เช่นกัน เช่น str = ‘{a} and {b} are very good.’ แล้วค่อยมาเรียกใช้เมธอด format_map() ภายหลัง ซึ่งจะได้ผลลัพธ์เหมือนกัน Python and Django…

Python String เมธอด translate()

เมธอด translate() เป็นเมธอดสำหรับแทนที่อักขระในสตริง โดยใช้งานร่วมกับเมธอด maketrans() ซึ่งเป็นเมธอดสำหรับสร้าง Mapping Table กำหนดรูปแบบการแทนที่อักขระ หรือใช้งานร่วมกับ Dictionary ที่กำหนดรูปแบบการแทนที่อักขระ มีรูปแบบการใช้งานดังนี้ ใช้เมธอด translate() ร่วมกับ Dictionary Good morning Pim ใช้เมธอด translate() ร่วมกับ Mapping Table การใช้งานเมธอด translate() ร่วมกับ Mapping Table ต้องสร้าง Mapping Table ขึ้นมาก่อน โดยใช้เมธอด maketrans() แล้วเรียกใช้เมธอด translate() โดยส่ง Mapping…

Python เมธอด maketrans()

maketrans() เป็นเมธอดสำหรับสร้าง Mapping Table เพื่อนำไปใช้กับเมธอด translate() เพื่อแทนที่สตริง มีรูปแบบการใช้งานดังนี้ สำหรับพารามิเตอร์ทั้ง 3 ตัว มีรายละเอียดดังนี้ ตัวอย่างการใช้งานเมธอด maketrans() ร่วมกับเมธอด translate() Kotlin Is Fantastic สร้าง Mapping Table เพื่อแทนที่อักขระทีละหลายตัว Hi Karn! กำหนดอักขระที่ต้องการลบออกจากสตริง ถ้ามีอักขระใด ๆ ที่ต้องการให้ลบออกจากสตริง สามารถทำได้ด้วยการกำหนดอักขระเพิ่มเข้าไปในพารามิเตอร์ตัวที่ 3 Karn! เมธอด maketrans() ถ้าไม่ได้ใช้ร่วมกับเมธอด translate() จะคืนค่ากลับมาเป็น Dictionary ที่ประกอบด้วย Unicode…

Python Escape Character

มีอักขระพิเศษบางตัวที่เราไม่สามารถแทรกเข้ามาใน String โดยตรงได้ เพราะจะทำให้เกิดข้อผิดพลาด เช่น ถ้าเราครอบสตริงด้วยเครื่องหมาย Double Quote “” เราจะไม่สามารถแทรกเครื่องหมาย Double Quote ภายในสตริงนั้นได้ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เราสามารถแก้ปัญหาได้โดยการใช้งาน Escape Character คือการใช้เครื่องหมาย Backslash \ ตามด้วยอักขระพิเศษที่เราต้องการแทรกเข้าไปในสตริง เช่น ผลลัพธ์ You can call me “John”My name’s John

Python การจัดรูปแบบข้อมูลชนิด String

ใน Python เราสามารถนำข้อมูลชนิด String มาต่อกันด้วยเครื่องหมาย + ได้ แต่เราไม่สามารถนำข้อมูลชนิด String และ Number มาต่อกันด้วยเครื่องหมาย + ได้ เพราะจะทำให้เกิดข้อผิดพลาดทันที อย่างไรก็ตาม เราสามารถแก้ปัญหาด้วยการใช้เมธอด format() โดยหลักการคร่าว ๆ มีดังนี้ My score is 100 เมธอด format() สามารถรับอากิวเมนต์ได้ไม่จำกัด ดังนั้น เราจะนำข้อมูลอื่น ๆ ทั้งตัวเลขและตัวอักษรเข้ามาแทรกในสตริงเท่าไหร่ก็ได้ โดยการวางวงเล็บปีกกา {} ไว้ ณ ตำแหน่งที่ต้องการแทรกค่าในสตริง ที่สำคัญคือ เวลาผ่านอากิวเมนต์เข้าไป ต้องเรียงลำดับให้ถูก…

Python การต่อข้อมูลชนิด String

ถ้ามีข้อมูลชนิด String หลายชุด และต้องการนำสตริงเหล่านั้นมาต่อกัน เราสามารถใช้เครื่องหมาย + เพื่อต่อสตริงเหล่านั้นได้ทันที PythonIsVeryGood ถ้าต้องการให้ชุดข้อมูลสตริงที่นำมาต่อกันมีการเว้นวรรค ก็สามารถเพิ่มสตริงว่างเข้าไปได้เลย โดยใช้เครื่องหมาย + เช่นเดิม Python Is Very Good

Python การเปลี่ยนแปลงข้อมูลชนิด String

Python มี built-in methods สำหรับจัดการกับข้อมูลชนิด String จำนวนมาก ในบทความนี้จะแนะนำสักเล็กน้อย เปลี่ยนตัวอักษรพิมพ์เล็กให้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ เราสามารถเปลี่ยนตัวอักษรพิมพ์เล็กให้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ได้ โดยใช้เมธอด upper() ผลลัพธ์ที่ได้คือ ตัวอักษรพิมพ์เล็กทั้งหมดในสตริง จะถูกแปลงให้กลายเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ PYTHON IS FANTASTIC เปลี่ยนตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ให้เป็นตัวพิมพ์เล็ก เราสามารถเปลี่ยนตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ให้กลายเป็นตัวอักษรพิมพ์เล็กได้ โดยใช้เมธอด lower() โดยผลลัพธ์ที่ได้ ตัวอักษรทั้งหมดที่เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ จะถูกเปลี่ยนเป็นตัวพิมพ์เล็ก python is fantastic ลบช่องว่าง Whitespace ด้านหน้าและด้านหลังสตริง Whitespace คือช่องว่างที่อยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังของข้อความ บ่อยครั้งที่เราเผลอเคาะ Spacebar เวลาพิมพ์ข้อความ อาจทำให้เกิด Whitespace ดังกล่าวได้ แต่เราสามารถลบ…

Python String slice syntax

ในภาษา Python เมื่อเราต้องการตัดเอาข้อความเฉพาะบางส่วนจากตัวแปรที่เก็บข้อมูลประเภท String เราสามารถทำได้โดยการใช้ slice syntax ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานดังนี้ หมายเหตุ : อินเด็กซ์ของอักขระในสตริง เริ่มต้นที่ตำแหน่ง 0 จากโค้ดตัวอย่าง หมายถึง ให้ตัดเอาอักขระลำดับที่ 0 ถึงลำดับที่ 6 ลบ 1 คือ 0 1 2 3 4 5 เท่ากับคำว่า Python ตัดสตริงเริ่มจากตำแหน่งแรกสุด เราสามารถเว้นการระบุตำแหน่ง start เพื่อให้ตัดสตริงเริ่มจากอินเด็กซ์ลำดับแรก ก็ได้เช่นกัน จากตัวอย่าง ไม่ได้ระบุตำแหน่ง start ไพธอนจะรู้เองว่า ต้องเริ่มตัดสตริงจากตำแหน่งแรก…

Python ตัวแปรประเภท Global

ตัวแปรแบบ Global คือตัวแปรใด ๆ ที่สร้างไว้นอกฟังก์ชัน ซึ่งจะสามารถเรียกใช้ได้ทั้งในฟังก์ชันและนอกฟังก์ชัน Python is goodJava is good จะเห็นได้ว่า ตัวแปร quality สามารถเรียกใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกฟังก์ชัน เพราะเป็นตัวแปรแบบ Global นั่นเอง ถ้าเราสร้างตัวแปรที่มีชื่อเดียวกันทั้งภายในและภายนอกฟังก์ชัน ตัวแปรทั้ง 2 ตัว จะถือว่าเป็นคนละตัวแปรกัน ถึงแม้จะมีชื่อเดียวกันก็ตาม โดย Python is bestPython is good การใช้คีย์เวิร์ด global อย่างไรก็ตาม ถ้าต้องการสร้างตัวแปรแบบ Global ไว้ภายในฟังก์ชัน ก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยการระบุคีย์เวิร์ด global ไว้ข้างหน้าตัวแปร…

Python การแสดงค่าจากตัวแปร

ฟังก์ชัน print() เป็นฟังก์ชันสำหรับใช้แสดงค่าจากตัวแปรใน Python I love Python เราสามารถใช้ฟังก์ชัน print() แสดงค่าจากตัวแปรพร้อมกันทีละหลายตัว โดยคั่นตัวแปรแต่ละตัวด้วยเครื่องหมายคอมม่า , I love Python หรือจะใช้เครื่องหมาย + เพื่อแสดงค่าจากตัวแปรทีละหลายตัวพร้อมกันก็ได้เช่นกัน (แต่ผลลัพธ์จากแต่ละตัวแปรจะแสดงติดกันเป็นพรืดไปหมด) ILovePython การใช้เครื่องหมาย + ร่วมกับฟังก์ชัน print() กับตัวแปรประเภทตัวเลข จะเป็นการแสดงผลรวมของตัวแปรเหล่านั้น เช่น ข้อควรระวังคือ ห้ามใช้เครื่องหมาย + เพื่อเชื่อมตัวแปรที่เป็นชนิดตัวเลขกับตัวอักษร เพราะจะทำให้เกิด Error ดังนั้น ถ้าต้องการแสดงค่าจากตัวแปรทีละหลาย ๆ ค่า ควรคั่นตัวแปรแต่ละตัวด้วยเครื่องหมายคอมม่า , จะดีกว่า…

Python กำหนดค่าให้ตัวแปรทีละหลายตัว

นอกจากการกำหนดค่าให้ตัวแปรทีละตัวตามปกติอย่างที่เราทำอยู่โดยทั่วไปในทุก ๆ ภาษาแล้ว Python ยังอนุญาตให้เราสามารถกำหนดค่าให้กับตัวแปลทีละหลาย ๆ ตัวพร้อมกันได้ โดยการประกาศตัวแปรหลาย ๆ ตัว โดยคั่นด้วยเครื่องหมายคอมม่า , ตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ ตามด้วยค่าที่ต้องการกำหนดให้ตัวแปรแต่ละตัวตามลำดับ คั่นด้วยคอมม่าเช่นกัน มีรูปแบบดังนี้ ApplePapayaBananaOrange ทั้งนี้มีข้อที่ต้องระวังก็คือ จำนวนตัวแปรกับจำนวนค่าที่จะกำหนดให้ตัวแปร ต้องเท่ากัน ไม่เช่นนั้นจะเกิด Error กำหนดค่าค่าเดียวให้กับตัวแปรหลายตัว เราสามารถสร้างตัวแปรหลายตัวพร้อมกันและกำหนดค่าเดียวกันให้กับตัวแปรทุกตัวก็ได้ โดยการใช้รูปแบบดังนี้ ตัวแปรทุกตัวจะมีค่าเหมือนกัน AppleAppleAppleApple นำค่าจากคอลเล็คชั่นมากำหนดให้ตัวแปรหลายตัว ถ้าเรามีข้อมูลที่เก็บไว้ในรูปแบบ Collection เช่น List, Tuple เป็นต้น เราสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมากำหนดให้กับตัวแปรทีละหลายตัวได้ วิธีนี้เรียกว่า unpacking ApplePapayaBananaOrange ข้อที่ต้องระวังก็คือ จำนวนสมาชิกในคอลเล็กชัน…

Python การตั้งชื่อตัวแปร

การตั้งชื่อตัวแปรในภาษา Python จะตั้งชื่อสั้น ๆ ด้วยตัวอักษรตัวเดียว เช่น a, b, c ก็ได้ หรือจะตั้งเป็นชื่อยาว ๆ ที่สื่อความหมาย มีหลายตัวอักษร เช่น car, human ก็ได้เช่นกัน แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎดังต่อไปนี้ ตัวอย่างการตั้งชื่อตัวแปรที่ถูกต้องในภาษา Python การตั้งชื่อตัวแปรโดยใช้คำหลายคำประกอบกัน เราสามารถตั้งชื่อตัวแปรเป็นคำหลาย ๆ คำประกอบกัน เพื่อให้สื่อความหมาย เช่น mynameis แต่อาจจะอ่านยากหน่อย เพราะเดายากว่ามันมีคำไหนประกอบกันบ้าง แต่ก็มีเทคนิคหลายเทคนิคที่นิยมใช้ในการตั้งชื่อตัวแปรเพื่อให้ง่ายต่อการอ่าน เช่น การตั้งชื่อตัวแปรแบบ Camel Case, Pascal Case และ Snake Case…

Python การ Join ข้อมูลใน Set

ถ้ามีข้อมูลประเภท Set ตั้งแต่ 2 ชุดขึ้นไป เราสามารถนำ Set เหล่านั้นมารวมกันได้หลายวิธีด้วยกัน การจอย Set ด้วยเมธอด union() หรือเมธอด update() เราสามารถจอยหรือรวม Set ตั้งแต่ 2 ชุดขึ้นไปเข้าด้วยกัน ด้วยเมธอด union() ซึ่งจะได้ Set ใหม่ที่รวมเอาสมาชิกของ Set ทั้งหมดเข้าด้วยกัน {‘iPad’, ‘iPhone’, ‘iPod’, ‘Wiko’, ‘Vivo’, ‘Oppo’, ‘Mac OS’} ถ้าจอย 2 Set ขึ้นไป ให้ใช้เครื่องหมายคอมม่า ,…

Python การลบข้อมูลใน Set

เราสามารถลบข้อมูลใน Set ได้โดยใช้เมธอด remove() หรือ discard() ตัวอย่างการลบข้อมูลด้วยเมธอด remove() แต่ต้องระวังให้ดี เพราะการลบข้อมูลใน Set ด้วยเมธอด remove() ถ้าข้อมูลน้้นไม่มีอยู่ใน Set จะทำให้เกิด Error ขึ้น ตัวอย่างการลบข้อมูลด้วยเมธอด discard() การลบข้อมูลใน Set ด้วยเมธอด discard() นั้น ถึงแม้ว่าข้อมูลที่ระบุให้ลบจะไม่มีอยู่ใน Set ก็จะไม่เกิด Error ใด ๆ การลบข้อมูลใน Set ด้วยเมธอด pop() เราสามารถลบข้อมูลใน Set ด้วยเมธอด pop() ได้ด้วย…

Python การเพิ่มข้อมูลใน Set

หลังจากสร้างตัวแปรหรือข้อมูลประเภท Set ขึ้นมาแล้ว เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงค่าข้อมูลใด ๆ ภายใน Set ได้ แต่เราสามารถเพิ่มข้อมูลใหม่เข้าไปใน Set ได้ เราสามารถเพิ่มข้อมูลที่ละ 1 ข้อมูล เข้าไปใน Set ได้ โดยใช้เมธอด add() {False, ‘iPad’, ‘iPhone’, ‘iPod’, ‘iLoveU’, ‘Samsung’} นอกจากนี้เรายังสามารถเพิ่มข้อมูลจาก Set อื่น ๆ เข้ามาในอีก Set หนึ่ง ก็ได้ โดยใช้เมธอด update() {‘Samsung’, ‘iPad’, ‘Oppo’, ‘iPod’, ‘Vivo’,…

Python การเข้าถึงข้อมูลใน Set

เราไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลใน Set โดยการอ้างอิง index เหมือนคอลเล็กชั่นประเภทอื่น ๆ ได้ แต่สามารถใช้วนลูปเพื่อเข้าถึงสมาชิกทีละตัวด้วยลูป for ได้ และสามารถสืบค้นว่ามีข้อมูลที่เราต้องการอยู่ใน Set หรือไม่ โดยใช้คีย์เวิร์ด in ตัวอย่างการเข้าถึงข้อมูลใน Set ด้วยลูป for FalseTrue67iLoveUiPadiPhoneiPod ตัวอย่างการใช้คีย์เวิร์ด in เพื่อตรวจสอบว่ามีข้อมูลที่ต้องการอยู่ใน Set หรือไม่

Python ข้อมูลประเภท Set

ใน Python เราสามารถเก็บข้อมูลหลาย ๆ ไอเท็ม ด้วยข้อมูลประเภท Set เช่นเดียวกับข้อมูลประเภท List, Tuple และ Dictionary แต่ก็มีแนวทางการใช้งานที่แตกต่างกัน ข้อมูลที่เก็บในรูปแบบ Set จะไม่ถูกเรียงลำดับ เปลี่ยนแปลงไม่ได้ (แต่สามารถลบและเพิ่มได้) และไม่มีการทำอินเด็กซ์ การสร้างข้อมูลประเภท Set ใน Python จะใช้เครื่องหมาย curly brackets { } เช่น myset = {“iPhone”, “iPad”, “iPod”} {‘iPad’, ‘iPod’, ‘iLoveU’, ‘iPhone’} ลักษณะของข้อมูลที่เก็บในรูปแบบ Set ข้อมูลที่เก็บในรูปแบบ Set…

Bootstrap 5 การจัดกลุ่มให้ปุ่มกด

ด้วยการใช้ Bootstrap 5 เราสามารถรวมปุ่มกดให้อยู่รวมกันเป็นกลุ่มในบรรทัดเดียวกันได้ โดยการใช้คลาส .btn-group ภายในเอลิเมนต์ <div> ดังนี้ โดยปกติ เมื่อตกแต่งปุ่มกดด้วยคลาส .btn เราสามารถกำหนดขนาดปุ่มได้โดยระบุอักษรย่อบอกขนาดกำกับไปด้วยได้เลย เช่น .btn-sm .btn-lg แต่เมื่อมีการจัดกลุ่มให้ปุ่มโดยใช้งานคลาส .btn-group เราสามารถกำหนดขนาดของปุ่มภายในกลุ่มได้เลย เช่น .btn-group .btn-group-lg การจัดกลุ่มปุ่มแนวตั้ง นอกจากการจัดกลุ่มให้ปุ่มกดตามปกติดังที่กล่าวมาแล้ว เรายังสามารถจัดกลุ่มปุ่มกดในรูปแบบแนวตั้งได้อีกด้วย โดยใช้งานคลาส .btn-group-vertical ภายในอิลิเมนต์ <div> ดังนี้ กลุ่มปุ่มกดจะแสดงผลเรียงกันในแถวเดียวกัน เนื่องจากการจัดกลุ่มปุ่มกดโดยใช้งานคลาส .btn-group จะทำให้แสดงผลปุ่มกดเป็นกลุ่มในแถวเดียวกัน ดังนั้น หากมีการสร้างกลุ่มปุ่มกดหลายกลุ่ม ก็จะทำให้แต่ละกลุ่มแสดงเรียงกันไปในแถวเดียวกัน สร้างกลุ่มซ้อนกันเพื่อรวมปุ่มกับ Dropdown Menu…

Windows 11 วิธีล็อคหน้าจอไม่ให้ใครเห็นความลับ

บางสถานการณ์เราอาจต้องใช้คอมพิวเตอร์ในสถานที่ที่มีคนอื่นอยู่ด้วยจำนวนมาก เช่น ในที่ทำงาน เป็นต้น คงต้องมีบ้างที่เราจะต้องลุกออกจากที่นั่งไปที่อื่น เช่น ไปเข้าห้องน้ำ เป็นต้น แล้วถ้าเราทำงานบางอย่างค้างไว้ยังไม่เสร็จ ไม่อยากปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ก็ไม่อยากให้ใครมาเห็นว่าเราทำอะไรไว้ จะทำอย่างไร เราสามารถล็อคหน้าจอได้ครับ เมื่อล็อคแล้วระบบจะเข้าสู่หน้าล็อกอิน ผู้ที่จะเข้ามาสู่หน้า Desktop ได้ จะต้องกรอกรหัสผ่าน (เราก็ต้องตั้งรหัสผ่านไว้ก่อนด้วยนะครับ) จึงจะเข้าใช้คอมพิวเตอร์ของเราได้ วิธีการก็ไม่ซับซ้อนอะไร ดังนี้ครับ Windows จะพาเราไปที่หน้าล็อกอิน ทันที ทีนี้คนอื่นก็จะไม่สามารถเข้าใช้คอมพิวเตอร์ของเราได้แล้ว แม้แต่เราก็เข้าใช้ไม่ได้เช่นกัน ถ้าจะใช้ต้องกรอก PIN หรือรหัสผ่านเสียก่อน ถ้ามีใครสักคนพยายามจะเข้าไปใช้คอมพิวเตอร์ของเรา ระบบก็จะบังคับให้กรอก PIN หรือรหัสผ่านก่อนจึงจะผ่านเข้าไปได้ เมื่อเราจะกลับมาใช้งานคอมพิวเตอร์ของเรา ก็แค่กรอก PIN หรือรหัสผ่านตามที่ตั้งไว้ ก็เท่านั้นเอง การล็อคหน้าจอแบบนี้…

Windows 11 วิธีเปลี่ยนรูปประจำตัว

รูปประจำตัว จะแสดงอยู่ที่หน้าล๊อคอินเข้าใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ และเป็นรูปประจำบัญชีผู้ใช้งานของบุคคลนั้นๆ เราอาจจะตั้งรูปประจำตัวเป็นรูปของเราเอง เพื่อให้ผู้อื่นรู้ว่าบัญชีนี้เป็นของใคร หรือคอมพิวเตอร์เครื่องนี้เป็นของใคร เป็นต้น หรือจะใช้รูปอื่น ๆ ที่เราชื่นชอบก็ได้เช่นกัน แน่นอนว่าตอนติดตั้ง Windows ใหม่ ๆ รูปประจำตัวจะไม่มี แต่เราสามารถตั้งรูปประจำตัวใหม่ได้ หรือจะเปลี่ยนเมื่อไหร่ก็ได้เช่นกัน มีวิธีการดังนี้ หน้าต่าง Settings จะถูกเปิดขึ้นมา และเข้าไปยังหน้า Account > Your info โดยอัตโนมัติ หน้าต่างสำหรับเลือกไฟล์จะถูกเปิดขึ้นมา ให้เปิดเข้าไปยังโฟลเดอร์ที่เราเก็บรูปไว้ เพียงแค่นี้ ระบบก็จะนำรูปที่เราเลือกมาตั้งเป็นรูปประจำตัวให้เราแล้วครับ ต่อไปถ้าอยากจะเปลี่ยนรูปประจำตัว ก็สามารถทำตามวิธีนี้ได้เช่นกัน