DCRUB

DCRUB

วิธีเปลี่ยนธีม Theme ใน Windows 11

Windows 11 มีชุดธีม Themes มาให้เราเลือกใช้ได้ 6 ชุดด้วยกัน โดยเราสามารถเลือกใช้ธีมต่าง ๆ ได้ด้วยวิธีดังนี้ หน้าต่าง Personalization จะถูกเปิดขึ้นมา ตรงหัวข้อ Select a theme to apply จะมีชุดธีมให้เลือกใช้งาน 6 ชุดด้วยกัน เราสามารถคลิกเลือกชุดธีมที่ต้องการเพื้อใช้งานได้ทันที ชุดธีมแต่ละชุดมีหน้าตาและสีสันดังนี้ Windows (light) Captured Motion Flow Sunrise Grow Windows (dark) การดาวน์โหลดธีมเพิ่มเติม ถ้าไม่ชอบชุดธีมที่ Windows 11 เตรียมไว้ให้ ก็สามารถดาวน์โหลดธีมเพิ่มเติมได้ โดยให้คลิกที่หัวข้อ…

Windows 11 วิธีตั้งค่ารูปแบบวัน เวลา ให้แสดงผลแบบไทย

หลังจากที่เราติดตั้ง Windows 11 ครั้งแรก รูปแบบวันที่ เวลา จะเป็นแบบอังกฤษ วันที่จะเป็นแบบ เดือน/วัน/ปีคริสต์ศักราช เวลาก็จะแสดงเป็นแบบ 12 ชม. ถ้าเราต้องการให้วันเวลาแสดงผลเป็นแบบไทย ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้ หน้าต่าง Time & language > Language & region จะถูกเปิดขึ้นมา ที่หัวข้อ Regional format จะมีค่าเริ่มต้นเป็น Recommended ให้คลิกเพื่อเลือกรูปแบบอื่น คลิกเลือกตัวเลือก Thai (Thailand) รูปแบบวันเวลาจะแสดงผลเป็นแบบไทยตามที่เราต้องการ

จัดลำดับที่สอบได้ของนักเรียนใน Excel แบบไม่ข้ามลำดับ

สืบเนื่องมาจากบทความ จัดลำดับที่สอบได้ของนักเรียนง่าย ๆ ใน Excel ด้วยฟังก์ชัน RANK() ผมได้นำเสนอวิธีการจัดลำดับที่สอบได้ของนักเรียนโดยใช้งานฟังก์ชัน RANK() ซึ่งก็ใช้งานได้ดี และไม่มีอะไรยุ่งยากเลย แต่การใช้งานฟังก์ชันดังกล่าว ถ้ามีนักเรียนที่มีคแนนเท่ากันหลาย ๆ คน นักเรียนเหล่านั้นจะสอบได้ลำดับที่เท่ากัน ซึ่งก็ถูกแล้ว แต่ปัญหาคือ ลำดับถัด ๆ ไปจะถูกข้ามตามจำนวนนักเรียนที่สอบได้ลำดับเท่ากัน ตัวอย่างเช่น ถ้ามีนักเรียนสอบได้ลำดับที่ 3 จำนวน 3 คน นักเรียนคนถัดไปที่ได้คะแนนน้อยกว่านักเรียน 3 คนดังกล่าว จะไปอยู่ลำดับที่ 6 แทนที่จะเป็นลำดับที่ 4 ดังภาพด้านล่าง จากภาพด้านบน มีนักเรียนที่สอบได้ลำดับที่ 3 จำนวน 3…

Word 2021 การใช้งานบานหน้าต่างนำทาง Navigation Pane

Navigation Pane หรือ บานหน้าต่างนำทาง เป็นเครื่องมือใน Microsoft Word ที่จะช่วยให้เราไปยังส่วนต่าง ๆ ของเอกสารได้อย่างง่ายดาย ในกรณีที่หน้าเอกสารของเรามีจำนวนมาก การเรียกใช้งาน Navigation Pane การเรียกใช้งาน Navigation Pane สามารถทำได้ดังนี้ แท็บ Navigation Pane จะถูกเปิดขึ้นมาทางด้านซ้ายในหน้าเอกสาร ใน Navigation Pane จะประกอบด้วย 3 หัวข้อ ดังนี้ Headings Headings ใช้สำหรับแสดงหัวข้อ (Heading) ทั้งหมดที่มีในเอกสาร (ต้องมีการกำหนดสไตล์ Heading ไว้ด้วย) เราสามารถคลิกที่หัวข้อที่ปรากฏอยู่ในส่วนนี้เพื่อกระโดดไปยังหัวข้อนั้น ๆ ในหน้าเอกสารได้ทันที…

Word 2021 การเรียกใช้งาน Gridlines

Gridlines คือเส้นตารางเล็ก ๆ ที่ปรากฏขึ้นมาบนพื้นหลังของหน้าเอกสาร ช่วยให้เราสามารถกะระยะวางองค์ประกอบต่าง ๆ ในหน้าเอกสารได้ตรงความต้องการมากขึ้น เช่น การวางรูปภาพ การวางออปเจ็กต์ต่างๆ เป็นต้น เบื้องต้นในหน้าเอกสารจะไม่แสดง Gridlines ให้เราเห็น เพราะอาจจะทำให้ตาลายได้ เราจะเปิด Gridlines เฉพาะเวลาที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้น เมื่อไม่ได้ใช้งานแล้วก็จะปิดไป วิธีเปิดใช้งาน Gridlines สำหรับวิธีในการเปิดใช้งาน Gridlines นั้น มีดังนี้ เพียงแค่นี้ Gridlines ก็จะปรากฏในหน้าเอกสาร ช่วยให้เราสามารถกะระยะในการวางองค์ประกอบต่างๆ ในหน้าเอกสารได้สะดวกขึ้น การนำ Gridlines ออก เมื่อทำงานเสร็จแล้ว ถ้าต้องการนำ Gridlines ออกไป (เพราะมันจะทำให้เราตาลายเกินไป) ก็สามารถทำได้โดยคลิกที่แท็บ View…

Word 2021 มุมมองต่าง ๆ ในเอกสาร

ใน Microsoft Word มีมุมมองต่าง ๆ ให้เราสามารถจัดการกับเอกสารได้อย่างสะดวก โดยเราสามารถใช้งานมุมมองต่าง ๆ ที่ Microsoft Word มีให้ด้วยวิธีดังนี้ คลิกที่แท็บ View จะมีตัวเลือกมุมมองต่าง ๆ ที่สามารถเลือกใช้งานได้ปรากฏอยู่ในกลุ่มคำสั่ง Views ทางด้านซ้าย เราสามารถคลิกที่คำสั่งเพื่อทำงานในมุมมองที่ต้องการได้ทันที มุมมองต่าง ๆ ที่สามารถใช้งานได้ มีดังนี้ Read Mode มุมมอง Read Mode เป็นมุมมองที่ทำให้เราสามารถอ่านข้อมูลภายในเอกสารคล้ายกับหน้าหนังสือ โดยมีการแบ่งออกเป็น 2 หน้า และจัดเอกสารโดยอัตโนมัติ สามารถอ่านได้อย่างสะดวก ถ้าต้องการออกจากมุมมองนี้ ให้กดปุ่ม Esc บนคีย์บอร์ด Print…

Word 2021 แถบไม้บรรทัดหายต้องทำอย่างไร

โดยปกติในโปรแกรม Microsoft Word จะมีแถบไม้บรรทัดอยู่ที่ขอบด้านบนและด้านซ้ายของเอกสาร เพื่อให้เราสามารถกำหนดระยะห่างของขอบกระดาษได้ แต่ถ้าวันหนึ่งเราเผลอไปตั้งค่าอะไรแล้วทำให้แถบไม้บรรทัดดังกล่าวหายไป จะต้องทำอย่างไรจึงจะได้มันกลับมา บทความนี้มีคำตอบครับ วิธีทำก็ง่าย ๆ วิธีแสดงแถบไม้บรรทัดใน Word 2021 เพียงแค่นี้เราก็จะได้แถบไม้บรรทัดกลับมาแล้วครับ

Word 2021 วิธีตั้งค่าหน่วยไม้บรรทัดเป็นนิ้ว เซ็นติเมตร และอื่นๆ

ใน Microsoft Word จะมีแถบบไม้บรรทัดอยู่ที่ขอบด้านบนและด้านซ้าย เพื่อให้เราสามารถปรับระยะห่างของขอบกระดาษได้ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าให้แถบไม้บรรทัดดังกล่าวแสดงผลในหน่วยที่เราต้องการได้ เช่น ให้แสดงผลเป็น นิ้ว หรือเซ็นติเมตร เป็นต้น มีวิธีการทำดังนี้ หน้าต่าง Word Options จะถูกเปิดขึ้นมา เพียงแค่นี้ หน่วยวัดของแถบไม้บรรทัดก็จะแสดงผลตามที่เราต้องการแล้วครับ

Word 2021 วิธีตั้งค่าเมนูเป็นภาษาไทย

ถ้าต้องการตั้งค่าภาษาเมนูของ Microsoft Word เช่น เปลี่ยนจากเมนูภาษาอังกฤษเป็นเมนูภาษาไทย สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยวิธีดังนี้ หน้าต่าง Word Options จะถูกเปิดขึ้นมา Microsoft Office จะแจ้งเตื่อนว่า ต้องรีสตาร์ท Office เสียก่อน การตั้งค่าภาษาจึงจะมีผล ให้คลิกปุ่ม OK หลังจากนั้น ปิดโปรแกรม Word ไปก่อน (ถ้ามีโปรแกรมอื่น ๆ ในชุด Office เปิดอยู่ ก็ปิดไปก่อน) แล้วค่อยเปิดขึ้นมาใหม่ หลังจากปิดและเปิด Word ขึ้นมาใหม่ เมนูคำสั่งต่าง ๆ จะแสดงผลเป็นภาษาไทยตามที่เราต้องการ หมายเหตุ การตั้งค่านี้…

Word 2021 วิธีตั้งค่าเปลี่ยนธีม Theme

หลังจากติดตั้งโปรแกรมชุด Microsoft Office โปรแกรม Word จะมีหน้าตาสีสันเป็นโทนสีเรียบ ๆ สบายตา ซึ่งเป็นค่าเริ่มต้นที่ถูกตั้งค่ามาแล้ว อย่างไรก็ตาม Microsoft ได้เตรียม Theme สำหรับ Office ไว้ให้เราเลือกใช้งานจำนวนหนึ่ง เราสามารถเลือกเปลี่ยนธีมได้ตามต้องการ โดยมีวิธีการดังนี้ หน้าต่าง Word Options จะถูกเปิดขึ้นมา ตัวอย่าง Theme แต่ละแบบ Colorful Dark Gray Black White ถ้าเลือก Use system setting จะเป็นการใช้ธีมตามการตั้งค่าของระบบ ถ้าเลือกธีม Black หน้าตาของ Word จะเป็นโทนสีดำ…

Word 2021 การย่อ/ขยาย Ribbon

ใน Word 2021 แถบด้านบนจะแสดง Ribbon ซึ่งใช้สำหรับรวบรวมคำสั่งการทำงานต่าง ๆ เป็นหมวดหมู่ ซึ่งตรงนี้จะกินเนื้อที่ประมาณหนึ่ง การย่อ Ribbon ถ้าเราต้องการพื้นที่การทำงานมากขึ้น เราสามารถย่อ Ribbon นี้ลงได้ โดยมีวิธีการดังนี้ หรือคลิกที่สัญลักษณ์ ที่มุมล่างด้านขวาของ Ribbon ก็ได้เช่นกัน Ribbon จะถูกย่อลง เหลือเพียงแท็บคำสั่งหลักเท่านั้น ถ้าต้องการทำงานกับคำสั่งใด หรือต้องการเรียกดูคำสั่งย่อยของคำสั่งใด ก็เพียงแค่คลิกที่แท็บคำสั่งนั้น ๆ Ribbon ก็จะถูกขยายออกมา ให้เราสามารถคลิกเลือกคำสั่งการทำงานต่าง ๆ ได้ตามต้องการ หลังจากนั้น Ribbon ก็จะย่อกลับตามเดิม การขยาย Ribbon ถ้าต้องการให้ Ribbon ขยายใหญ่เหมือนเดิม…

Python Dictionary ซ้อนกัน

ข้อมูลประเภท Dictionary สามารถเก็บข้อมูลได้ทุกประเภท รวมถึง Dictionary ด้วย นั่นคือเราสามารถเก็บข้อมูลประเภท Dictionary ซ้อนกันได้ เรียกว่า nested dictionaries ตัวอย่าง {‘firstname’: ‘Somchai’, ‘lastname’: ‘Jaidee’, ‘age’: 47, ‘tels’: {‘home’: ‘08124561xx’, ‘work’: ‘0254789xx’}} {‘student1’: {‘firstname’: ‘Somchai’, ‘lastname’: ‘Jaidee’, ‘age’: 15}, ‘student2’: {‘firstname’: ‘Somying’, ‘lastname’: ‘Yingruea’, ‘age’: 15}, ‘student3’: {‘firstname’:…

Python การคัดลอก Dictionary

ถ้าต้องการคัดลอกข้อมูลประเภท Dictionary สามารถทำได้โดยใช้เมธอด copy() ผลลัพธ์ ตัวแปร myDict มีข้อมูลเหมือนกันกับตัวแปร phone {‘brand’: ‘Apple’, ‘model’: ‘iPhone 14’, ‘year’: 2022} อีกวิธีหนึ่งในการคัดลอกข้อมูลประเภท Dictionary คือ ใช้เมธอด dict() ผลลัพธ์ ตัวแปร myDict มีค่าเหมือนกันกับตัวแปร phone ทุกประการ {‘brand’: ‘Apple’, ‘model’: ‘iPhone 14’, ‘year’: 2022}

Python การเข้าถึงสมาชิกใน Dictionary ด้วยลูป

เราสามารถวนลูปเข้าถึงสมาชิกใน Dictionary ได้โดยการใช้ลูป for แต่ค่าที่คืนกลับมาจะเป็น key ไม่ใช่ค่า value ดังตัวอย่าง ผลลัพธ์ จะได้เป็น key ที่มีอยู่ใน Dictionary brandmodelyear ถ้าต้องการข้อมูลเป็นค่า value ให้ระบุตัวแปร Dictionary แล้วกำหนด key ที่ได้ในแต่ละรอบลงไป ผลลัพธ์ ได้ข้อมูลที่เป็นค่า value ของ Dictionary AppleiPhone 142022 เราสามารถใช้เมธอด values() เพื่อคืนค่ากลับมาเป็นค่า value ของ Dictionary เลยก็ได้ ดังตัวอย่าง ผลลัพธ์ AppleiPhone 142022…

Python การลบข้อมูลใน Dictionary

เราสามารถลบข้อมูลออกจาก Dictionary ได้หลายวิธีด้วยกัน เมธอด pop() เมธอด pop() ใช้สำหลับลบข้อมูลออกจาก Dictionary โดยการระบุ key ซึ่งมีรูปแบบการทำงานดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์ key ที่ระบุถูกลบออกจาก Dictionary {‘brand’: ‘Apple’, ‘model’: ‘iPhone 14’} เมธอด popitem() เมธอด popitem() ใช้สำหรับลบข้อมูลลำดับสุดท้ายออกจาก Dictionary (ในเวอร์ชันต่ำกว่า 3.7 จะลบแบบสุ่ม) ผลลัพธ์ ข้อมูลลำดับสุดท้ายจะถูกลบออกไป {‘brand’: ‘Apple’, ‘model’: ‘iPhone 14’} ลบข้อมูลด้วยคีย์เวิร์ด del…

Python การเพิ่มข้อมูลใน Dictionary

การเพิ่มข้อมูลใหม่เข้าไปใน Dictionary สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการระบุ key ใหม่ และกำหนด value ใหม่ ดังนี้ ผลลัพธ์ Before adding new item :{‘brand’: ‘Apple’, ‘model’: ‘iPhone 14’, ‘year’: 2022}After adding new item :{‘brand’: ‘Apple’, ‘model’: ‘iPhone 14’, ‘year’: 2022, ‘price’: 37900} หมายเหตุ : ถ้าคีย์ที่ระบุ ซ้ำกับคีย์เดิมที่มีอยู่แล้ว จะเป็นการเปลี่ยนแปลงค่าของ…

Python การเปลี่ยนแปลงข้อมูลใน Dictionary

เราสามารถเปลี่ยนแปลงค่าข้อมูลใน Dictionary โดยการระบุ key ดังนี้ ผลลัพธ์ Price before change : 40000Price after change : 39700 เมธอด update() นอกจากการระบุ key และกำหนดค่าใหม่ ดังกล่าวข้างต้นแล้ว เราสามารถเปลี่ยนแปลงค่าใน Dictionary ด้วยเมธอด update() อีกด้วย โดยมีรูปแบบการใช้งานดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์ Price before change : 40000Price after change : 39700

Python การเข้าถึงข้อมูลใน Dictionary

ถ้าต้องการเข้าถึงข้อมูลใน Dictionary สามารถทำได้โดยระบุชื่อ key ไว้ภายในวงเล็บสี่เหลี่ยม ดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์ iPhone 14 เมธอด get() การเข้าถึงค่าข้อมูลใน Dictionary อีกวิธีหนึ่งคือ การใช้เมธอด get() ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานดังนี้ ผลลัพธ์ iPhone 14 เมธอด keys() ถ้าต้องการดึงเอา keys ทั้งหมดที่มีอยู่ใน Dictionary สามารถทำได้โดยใช้เมธอด keys() จะได้ผลลัพธ์เป็นรายการคีย์ของ Dictionary dict_keys([‘brand’, ‘model’, ‘year’, ‘colors’, ‘price’]) เมธอด values() ถ้าต้องการดึงเอาค่าทั้งหมดที่เก็บอยู่ใน Dictionary…

Python ข้อมูลประเภท Dictionary

Dictionary เป็นการเก็บข้อมูลแบบ Collection อีกแบบหนึ่ง ใช้เก็บค่าข้อมูลที่มีการจับคู่กันแบบ key:value สามารถแก้ไขข้อมูลได้ และไม่สามารถเก็บข้อมูลซ้ำกันได้ (ชื่อ key ซ้ำกันไม่ได้) ใน Python เวอร์ชัน 3.6 ลงไป ข้อมูลที่เก็บในแบบ Dictionary จะเป็นแบบไม่เรียงลำดับ แต่ในเวอร์ชัน 3.7 ขึ้นไป จะเป็นแบบเรียงลำดับ ลักษณะการใช้งาน Dictionary จะเขียนไว้ในวงเล็บปีกกา {} หรือที่เรียกว่า curly brackets โดยภายในจะประกอบด้วย keys และ values มีรูปแบบดังนี้ สมาชิกของ Dictionary สมาชิก หรือข้อมูลใน Dictionary…

Python Set เมธอด update()

เมธอด update() ใช้สำหรับรวมสมาชิกจากหลายเซ็ทเข้าด้วยกัน คล้าย ๆ เมธอด union() แต่เมธอด update() จะนำสมาชิกจากเซ็ท (หรือ Iterable) อื่นมาเพิ่มเข้าในเซ็ทต้นทาง มีรูปแบบการใช้งานดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์ {‘Dell’, ‘MSI’, ‘Lenovo’, ‘Microsoft’, ‘Asus’, ‘Acer’, ‘HP’}

Python Set เมธอด union()

เมธอด union() ใช้สำหรับรวมสมาชิกจากเซ็ทหลาย ๆ เซ็ทเข้าด้วยกัน (ข้อมูลที่ซ้ำกันจะเหลือไว้เพียงชุดเดียว) มีรูปแบบการใช้งานดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์ จะได้เซ็ทใหม่ที่มีสมาชิกจากเซ็ท a และเซ็ท b รวมกัน {‘Asus’, ‘MSI’, ‘Lenovo’, ‘Microsoft’, ‘Dell’, ‘Acer’, ‘HP’} ข้อมูลที่นำมาทำ Union ไม่จำเป็นต้องเป็น Set เสมอไป แต่จะเป็นข้อมูลแบบ Iterable ชนิดใดก็ได้ เช่น List, Tuple, etc. ตัวอย่างการนำข้อมูลแบบ Set มาทำ Union กับข้อมูลแบบ List ผลลัพธ์…

Python Set เมธอด symmetric_difference_update()

เมธอด symmetric_difference_update() ใช้สำหรับรวมสมาชิกที่ต่างกันจากเซ็ท 2 เข้าด้วยกัน โดยจะลบสมาชิกที่มีอยู่ในเซ็ททั้ง 2 แล้วเพิ่มสมาชิกที่ต่างกันจากเซ็ทปลายทางเข้ามาในเซ็ทต้นทาง มีรูปแบบการใช้งานดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์ ข้อมูลที่เหมือนกันจะถูกลบออกจากเซ็ท a และข้อมูลที่ต่างกันในเซ็ท b จะถูกนำมารวมไว้ในเซ็ท a {‘Dell’, ‘Lenovo’, ‘HP’, ‘Acer’, ‘MSI’}

Python Set เมธอด symmetric_defference()

เมธอด symmetric_difference() ใช้สำหรับรวมข้อมูลจากเซ็ท 2 เซ็ทเข้าด้วยกัน (เฉพาะข้อมูลที่แตกต่างกัน) ข้อมูลที่มีอยู่ในทั้งสองเซ็ทจะถูกละเว้น มีรูปแบบการใช้งานดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์ จะได้เซ็ทใหม่ที่มีข้อมูลจากเซ็ท a และเซ็ท b (เฉพาะข้อมูลที่ต่างกัน) {‘MSI’, ‘Dell’, ‘HP’, ‘Acer’, ‘Lenovo’}

Python Set เมธอด remove()

ถ้าต้องการลบข้อมูลออกจาก Set โดยสามารถระบุได้ว่าจะลบข้อมูลตัวไหน สามารถทำได้โดยใช้เมธอด remove() ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานดังนี้ ตัวอย่าง ผลลัพธ์ ข้อมูลคำว่า “Dell” จะหายไปจากเซ็ท a {‘Lenovo’, ‘MSI’, ‘Microsoft’, ‘Asus’} ข้อแตกต่างระหว่างเมธอด remove() กับเมธอด discard() คือ