ดีครับดอทคอม

การอัพโหลดเว็บไซต์ WordPress ขึ้นสู่โฮสต์จริง

การอัพโหลดเว็บไซต์ WordPress ขึ้นสู่โฮสต์จริง

หลังจากที่เราได้สร้างและพัฒนาเว็บไซต์ด้วย WordPress จนเว็บไซต์ของเราสมบูรณ์พร้อมที่จะออนไลน์ในโลกกว้างแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการอัพโหลดเว็บไซต์ที่เราได้พัฒนามาด้วยความยากลำบากขึ้นสู่โฮสต์จริงนั่นเองครับ ซึ่งขั้นตอนในการอัพโหลดเว็บไซต์ขึ้นสู่โฮสต์จริง มีดังนี้ครับ

  1. ติดตั้งปลั๊กอิน Duplicator เพื่อสร้างแพ็กเกจสำหรับติดตั้งเว็บไซต์
  2. สร้างแพ็กเกจ (Package) เพื่อนำไปติดตั้งในโฮสต์จริง
  3. อัพโหลดแพ็กเกจ (Package) ที่ได้สร้างไว้ ไปไว้ในโฮสต์จริงเพื่อติดตั้งต่อไป
  4. สร้างฐานข้อมูลในโฮสต์จริงเพื่อรอรับข้อมูลเว็บไซต์ WordPress
  5. ติดตั้งแพ็กเกจ (Package) ที่ได้สร้างไว้

ปล. สมมติว่าทุกท่านได้ทำการเช่าโฮสต์เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ

ติดตั้งปลั๊กอิน Duplicator

Duplicator เป็นปลั๊กอินสำหรับก๊อปปี้เว็บไซต์ของเรามาสร้างเป็นแพ็กเกจเพื่อนำไปติดตั้งในโฮสต์จริงได้อย่างสะดวกสบาย สำหรับการติดตั้งปลั๊กอิน Duplicator มีขั้นตอนดังนี้

  • คลิกเมนู Plugins ที่ไซด์บาร์ด้านซ้ายมือ
  • คลิกปุ่ม Add New เพื่อติดตั้งปลั๊กอินใหม่
ติดตั้งปลั๊กอิน Duplicator
  • ที่หน้า Add Plugins ให้กรอกคีย์เวิร์ดที่ช่อง Search plugins… เป็น Duplicator เพื่อค้นหาปลั๊กอินตัวนี้
  • เมื่อเจอปลั๊กอิน Duplicator ให้คลิกปุ่ม Install Now เพื่อติดตั้งทันที
เปิดใช้งานปลั๊กอิน Duplicator
  • เมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วให้คลิกปุ่ม Activate เพื่อเปิดใช้งานปลั๊กอินทันที

การสร้างแพ็กเกจ (Package) สำหรับติดตั้งเว็บไซต์

เมื่อติดตั้งปลั๊กอิน Duplicator และเปิดใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการสร้างแพ็กเกจ (Package) สำหรับติดตั้งเว็บไซต์ของเรา โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • เลื่อนเมาส์ไปวางเหนื้อเมนู Duplicator ที่ไซด์บาร์ด้านซ้ายมือ (ถ้ายังไม่เปิดใช้งานปลั๊กอิน Duplicator จะไม่มีเมนูนี้)
  • คลิกที่เมนูย่อย Packages
  • ที่หน้า Packages ให้คลิกที่ปุ่ม Create New เพื่อสร้างแพ็กเกจใหม่
  • คลิกปุ่ม Next เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปได้เลย
  • ตัวปลั๊กอินจะทำการสแกนเว็บไซต์ ให้รอสักครู่
  • คลิกปุ่ม Build เพื่อสร้างแพ็กเกจ
  • รอสักครู่ระหว่างที่ปลั๊กอินกำลังสร้างแพ็กเกจ

เมื่อสร้างแพ็กเกจเรียบร้อยแล้วจะมีปุ่มให้เราดาวน์โหลดแพ็กเกจและไฟล์ตัวติดตั้ง

  • คลิกที่ปุ่ม Installer เพื่อดาวน์โหลดตัวติดตั้ง
  • คลิกที่ปุ่ม Archive เพื่อดาวน์โหลดแพ็กเกจสำหรับติดตั้งเว็บไซต์

จะได้ไฟล์มา 2 ไฟล์ คือ

  1. ไฟล์แพ็กเกจสำหรับติดตั้งเว็บไซต์ซึ่งเป็นไฟล์นามสกุล .zip
  2. ไฟล์สำหรับติดตั้งแพ็กเกจ จะได้ไฟล์ชื่อ installer.php

การอัพโหลดแพ็กเกจและตัวติดตั้งไปไว้ในโฮสต์จริง

เมื่อผ่านขั้นตอนการสร้างแพ็กเกจและดาวน์โหลดแพ็กเกจพร้อมทั้งไฟล์ติดตั้งมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการอัพโหลดไฟล์แพ็กเกจและไฟล์ติดตั้งไปไว้ในโฮสต์ของเรา โดยจะแนะนำการอัพโหลดด้วยโปรแกรม FileZilla Client นะครับ ถ้ายังไม่มีก็ไปดาวน์โหลดมาติดตั้งให้เรียบร้อย โปรแกรมนี้สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรีครับ

เมื่อติดตั้งโปรแกรม FileZilla Client เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้เปิดโปรแกรมขึ้นมา หน้าตาโปรแกรมดังกล่าวจะเป็นประมาณนี้ครับ

โปรแกรม FileZilla
  • ฝั่งซ้ายมือนั่นคือส่วนสำหรับแสดงไฟล์และโฟลเดอร์ต่าง ๆ ที่เก็บอยู่ในเครื่อมคอมพิวเตอร์ของเราเอง
  • ส่วนฝั่งขวามือนั้นคือส่วนสำหรับแสดงไฟล์และโฟลเดอร์ต่าง ๆ ที่ถูกเก็บอยู่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ในภาพจะเห็นว่าไม่มีอะไร เนื่องจากเรายังไม่ได้เชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์นั่นเองครับ

การใช้โปรแกรม FileZilla Client เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์

ก่อนที่เราจะสามารถอัพโหลดไฟล์ไปยังเซิร์ฟเวอร์ได้นั้น เราต้องเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ให้ได้เสียก่อน โดยทำดังนี้ครับ

  1. ช่อง Host ให้กรอกชื่อโฮสต์ที่ต้องการเชื่อมต่อ (ถ้าไม่ทราบให้สอบถามจากผู้ให้บริการ)
  2. ช่อง Username ให้กรอกชื่อผู้ใช้สำหรับการเชื่อมต่อ (ถ้าไม่ทราบให้สอบถามจากผู้ให้บริการ)
  3. ช่อง Password ให้กรอกรหัสผ่านสำหรับการเข้าใช้งาน
  4. ช่อง Port ให้กรอกพอร์ด (Port) ที่ใช้เป็นช่องทางการสื่อสาร (ถ้าไม่ทราบให้สอบถามจากผู้ให้บริการ)
  5. คลิกปุ่ม Quickconnect เพื่อเชื่อมต่อทันที

ถ้าการเชื่อมต่อสำเร็จ เราจะพบกับโฟลเดอร์ต่าง ๆ ที่เก็บอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ของเรา จากหน้าจอทางฝั่งขวา

ให้เปิดเข้าไปในโฟลเดอร์ที่ใช้เก็บเว็บไซต์ของเรา (ในที่นี้คือโฟลเดอร์ public_html) จะพบกับไฟล์และโฟลเดอร์ต่าง ๆ ดังภาพ

ไฟล์ที่ช่องด้านล่างนั้นถูกเก็บอยู่ในโฟลเดอร์ public_html ที่แสดงในช่องด้านบน ซึ่งไฟล์ทั้งหมดนี้เป็นไฟล์ที่ระบบสร้างมาให้ ในที่นี้ผมต้องการนำไฟล์ใหม่มาแทนที่ทั้งหมด ดังนั้นผมจะลบไฟล์ในโฟลเดอร์นี้ทิ้งให้หมดนะครับ ดังภาพด้านล่าง

ต่อไปเป็นขั้นตอนการอัพโหลดไฟล์แพ็กเกจและไฟล์ติดตั้งที่เราได้เตรียมเอาไว้ ให้ทำดังนี้

  1. คลิกเลือกเพื่อเปิดโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์แพ็กเกจและไฟล์ติดตั้ง ในที่นี้คือโฟลเดอร์ Downloads
  2. เลือกไฟล์แพ็กเกจและไฟล์ติดตั้ง
  3. คลิกขวาบนไฟล์ที่เลือกแล้วคลิก Upload

ไฟล์แพ็กเกจและไฟล์ติดตั้งจะถูกอัพโหลดไปไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของเราทันที (จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับขนาดไฟล์และความเร็วเน็ตด้วยนะครับ)

เมื่อได้อัพโหลดไฟล์แพ็กเกจและตัวติดตั้งขึ้นไปบนเซิร์ฟเวอร์เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดสิทธิ์เพื่อให้ตัวติดตั้งสามารถเขียนไฟล์ลงไปในรูทโฟลเดอร์ (ในที่นี้คือโฟลเดอร์ public_html) ได้ ให้ทำดังนี้ครับ

  1. คลิกขวาที่รูทโฟลเดอร์ public_html
  2. คลิกเมนู File permissions…

จะปรากฏส่วนให้เรากำหนดสิทธิ์ดังนี้

ให้ติ๊กเช็คบ๊อกหน้า Write ที่ Group permissions และ Public permission หรือแก้ตัวเลขในช่อง Numeric value ให้เป็น 777 ก็ได้เช่นกัน เสร็จแล้วคลิกปุ่ม OK

มาถึงตรงนี้ตัวติดตั้งแพ็กเกจของเราจะสามารถเขียนไฟล์ลงในรูทโฟลเดอร์ของเซิร์ฟเวอร์ได้แล้ว

การสร้างฐานข้อมูลเพื่อรองรับเว็บไซต์ WordPress

เนื่องจากเว็บไซต์ WordPress ต้องใช้ฐานข้อมูลเพื่อเก็บข้อมูลต่าง ๆ ของระบบ ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องสร้างฐานข้อมูลไว้รองรับเว็บไซต์ที่เราจะติดตั้งในเซิร์ฟเวอร์ในขั้นตอนต่อไป

อันดับแรกให้ล็อกอินเข้าสู่ Control Panel ของเซิร์ฟเวอร์ก่อน (รายละเอียด URL, Username, Password ตามที่ผู้ให้บริการให้มา) ในตัวอย่างเป็น DirectAdmin นะครับ

คลิกที่ MySQL Management

คลิก Create new Database เพื่อสร้างฐานข้อมูลใหม่

กำหนดรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้

  1. ช่อง Database Name ให้ระบุชื่อฐานข้อมูล
  2. ช่อง Database Username ให้ระบุชื่อผู้ใช้สำหรับเข้าใช้ฐานข้อมูล
  3. ช่อง Username Password ให้ระบุรหัสผ่าน
  4. ช่อง Confirm Password ให้ระบุรหัสผ่านอีกครั้ง
  5. เสร็จแล้วคลิกปุ่ม Create เพื่อสร้างฐานข้อมูล

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด คุณจะถูกพามาที่หน้าดังภาพด้านล่าง

เป็นการบอกให้รู้ว่า ฐานข้อมูลได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว และสรุปให้ดูว่า ฐานข้อมูลชื่ออะไร โฮสต์ ชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่าน คืออะไร เมื่อมาถึงตรงนี้ ฐานข้อมูลของเราก็พร้อมใช้งานแล้วครับ

การติดตั้งแพ็กเกจเพื่อติดตั้งเว็บไซต์ในโฮสต์จริง

หลังจากที่ได้ทำขั้นตอนต่าง ๆ ข้างต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายของเราก็คือการติดตั้งแพ็กเกจที่เราได้อัพโหลดเข้ามาในเซิร์ฟเวอร์เรียบร้อยแล้วนั่นเองครับ โดยให้ทำดังนี้

ให้กรอก URL ของเว็บไซต์ของเรา ตามด้วย /installer.php เช่น ถ้าเว็บไซต์ของเราคือ http://www.dham4u.com ให้กรอกดังนี้

http://www.dham4u.com/installer.php

จะเข้าสู่หน้าสำหรับติดตั้งแพ็กเกจเว็บไซต์ของเรา

ติดตั้งแพ็กเกจ
  • ให้ติ๊กที่เช็คบ็อกซ์หน้า I have read and accept…
  • หลังจากนั้นคลิกปุ่ม Next เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป

จะเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งฐานข้อมูล ให้กรอกข้อมูลตามที่เราได้กรอกไว้ในขั้นตอนการสร้างฐานข้อมูล

  1. คลิกที่แท็บ Basic
  2. Action ให้เลือก Connect and Remove All Data
  3. Host ให้กรอกชื่อโฮสต์ (localhost)
  4. Database ให้กรอกชื่อฐานข้อมูล (ตามที่ได้กรอกไว้ตอนสร้างฐานข้อมูล)
  5. User ให้กรอก username (ตามที่ได้กรอกไว้ตอนสร้างฐานข้อมูล)
  6. Password ให้กรอกรหัสผ่าน (ตามที่ได้กรอกไว้ตอนสร้างฐานข้อมูล)
  7. คลิกปุ่ม Test Database เพื่อทดสอบการเชื่อมต่อฐานข้อมูล
  8. ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ปุ่ม Test Database จะกลายเป็นสีเทา ปุ่ม Next จะกลายเป็นสีน้ำเงิน ให้คลิกปุ่ม Next

ระบบจะให้เรายืนยันการติดตั้ง

คลิกปุ่ม OK เพื่อยืนยันการติดตั้งได้เลย

จะเข้าสู่ขั้นตอนของการอัพเดทข้อมูล ให้คลิกปุ่ม Next ได้เลย

ขั้นตอนสุดท้าย ให้ติ๊กที่ Auto delete installer files after login (recommended) เพื่อให้ลบไฟล์ติดตั้งโดยอัตโนมัติหลังจาการล๊อกอินเข้าสู่ระบบ

คลิกปุ่ม Admin Login เพื่อล็อกอินเข้าสู่หน้า Dashboard

เข้าสู่หน้าจอ Login

กรอก Username และ Password (ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของเว็บเดิมของเรานั่นแหละครับ) เสร็จแล้วคลิกปุ่ม Log In ได้เลย

เมื่อล็อกอินเข้าสู่ระบบครั้งแรก ระบบจะแจ้งให้ทราบว่า ไฟล์ติดตั้งต่าง ๆ (แพ็กเกจและตัวติดตั้งที่เราอัพโหลดเข้ามานั่นเอง) ได้ถูกลบทิ้งจนสิ้นซากแล้ว เหลือแต่ไฟล์เว็บเพียว ๆ ครับ

มาถึงตรงนี้ เว็บไซต์ของเราสามารถออนไลน์ในโลกกว้างได้แล้วครับ เมื่อเข้าไปยัง URL ของเว็บไซต์ของเราก็จะเห็นได้ว่า เว็บไซต์ของเราสามารถออนไลน์ได้และแสดงผลได้อย่างถูกต้อง

ก็เป็นอันว่าสิ้นสุดขั้นตอนของการอัพโหลดเว็บไซต์ขึ้นสู่เซิร์ฟเวอร์หรือโฮสติ้งแต่เพียงเท่านี้ครับ

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว อย่าลืมไปกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงรูทโฟล์เดอร์ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมด้วยนะครับ เพื่อความปลอดภัย