ใน HTML5 แท็ก <samp> ใช้สำหรับการแสดงตัวอย่างข้อมูลจากโปรแกรมหรือการส่งคืนผลลัพธ์จากระบบ เช่น ข้อความแสดงผลลัพธ์ของโค้ด ข้อความที่อธิบายการทำงานของคำสั่ง หรือการแสดงผลลัพธ์จากการเรียกใช้งานฟังก์ชัน เป็นต้น โดยข้อความภายในแท็ก <samp> จะแสดงผลเป็นฟอนต์แบบ fixed-width หรือ monospace ซึ่งช่วยแยกข้อความที่เป็นผลลัพธ์ออกจากข้อความอื่นที่เป็นข้อความปกติ
ตัวอย่างการใช้งาน <samp>
1. การแสดงผลลัพธ์จากคำสั่งหรือโค้ด
<p>When you type the command <code>ping</code>, you will get the following response:</p>
<pre><samp>
Pinging example.com [93.184.216.34] with 32 bytes of data:
Reply from 93.184.216.34: bytes=32 time=45ms TTL=56
Reply from 93.184.216.34: bytes=32 time=46ms TTL=56
</samp></pre>แท็ก <samp> ถูกใช้เพื่อแสดงผลลัพธ์จากการพิมพ์คำสั่ง ping ซึ่งเป็นการจำลองผลลัพธ์จากโปรแกรม

2. การแสดงข้อความที่ได้จากฟังก์ชัน
<p>The function returned the following message:</p>
<samp>Error: Invalid input detected. Please try again.</samp>ในตัวอย่างนี้ <samp> ใช้เพื่อแสดงข้อความที่เป็นผลลัพธ์จากการเรียกใช้งานฟังก์ชัน ซึ่งเป็นข้อความที่ระบบส่งกลับมาให้ผู้ใช้
3. แสดงผลลัพธ์ของการทดสอบ
<p>After running the test, the system returned:</p>
<samp>Test passed. No errors found.</samp>ใช้ <samp> เพื่อแสดงผลการทดสอบระบบหรือฟังก์ชันว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร เช่น “Test passed” หรือ “Test failed”
การประยุกต์ใช้งาน
- การแสดงผลลัพธ์จากโปรแกรมหรือคำสั่ง: หากมีการเขียนคู่มือการใช้งานโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ สามารถใช้
<samp>เพื่อแสดงผลลัพธ์ตัวอย่าง เช่น ข้อความที่ปรากฏขึ้นเมื่อมีการพิมพ์คำสั่ง หรือข้อความที่ระบบแสดงเมื่อเกิดข้อผิดพลาด - การสอนโปรแกรมมิ่ง: ในบทความหรือคู่มือสอนการเขียนโปรแกรม ใช้
<samp>เพื่อแยกผลลัพธ์ของโค้ดออกจากส่วนอื่น เพื่อให้อ่านและเข้าใจได้ง่ายขึ้น - การสร้างคู่มือสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป: ในบางกรณีที่ผู้ใช้ต้องการทราบว่าหากป้อนข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจะเกิดอะไรขึ้น ก็สามารถใช้แท็ก
<samp>แสดงข้อความตัวอย่างที่ระบบจะตอบกลับ เช่น ข้อความแสดงข้อผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล
โดยสรุป แท็ก <samp> ใช้ในการแสดงตัวอย่างข้อมูลหรือผลลัพธ์จากระบบซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจและมองเห็นภาพชัดเจนว่าผลลัพธ์ที่คาดหวังจะเป็นอย่างไรในสถานการณ์ที่ใช้งานจริง
