MySQL การใช้งานฟังก์ชัน YEAR()

ฟังก์ชัน YEAR() ใช้เพื่อดึง “ปี” (4 หลัก) จากค่าประเภท DATE, DATETIME, หรือ TIMESTAMP ที่กำหนด คืนค่าเป็นจำนวนเต็ม (INT) เช่น 2025

MySQL การใช้งานฟังก์ชัน WEEKOFYEAR()

ฟังก์ชัน WEEKOFYEAR() ใช้เพื่อคืนค่าหมายเลขของสัปดาห์ (week number) ของปี โดยถือว่าสัปดาห์เริ่มต้นในวันอาทิตย์ และสัปดาห์แรกของปีคือสัปดาห์ที่มีวันที่ 1 มกราคม

MySQL การใช้งานฟังก์ชัน WEEKDAY()

ฟังก์ชัน WEEKDAY() ใช้เพื่อคืนค่าหมายเลขวันในสัปดาห์ ของวันที่ที่ระบุ โดยเริ่มนับจากวันจันทร์ (Monday = 0) โดยจะให้ค่าเป็นเลขจำนวนเต็ม 0 – 6

MySQL การใช้งานฟังก์ชัน TIMESTAMP()

ฟังก์ชัน TIMESTAMP() ใช้เพื่อแปลงหรือรวมค่า DATE และ TIME ให้กลายเป็นค่า DATETIME ใช้เมื่อต้องการรวมวัน (DATE) และเวลา (TIME) เข้าด้วยกัน

MySQL การใช้งานฟังก์ชัน TIMEDIFF()

ฟังก์ชัน TIMEDIFF() ใช้เพื่อหาค่าความแตกต่างระหว่างเวลา 2 ค่า (DATETIME หรือ TIME) แล้วคืนค่าเป็น TIME โดยแสดงผลในรูปแบบ HH:MM:SS (ชั่วโมง:นาที:วินาที)

MySQL การใช้งานฟังก์ชัน TIME_TO_SEC()

ฟังก์ชัน TIME_TO_SEC() ใช้เพื่อแปลงค่าประเภท TIME เป็นจำนวนวินาทีทั้งหมด (นับจาก 00:00:00) เหมาะสำหรับการนำเวลาไปใช้ในรูปแบบที่ต้องคำนวณ

MySQL การใช้งานฟังก์ชัน TIME_FORMAT()

ฟังก์ชัน TIME_FORMAT() ใช้เพื่อจัดรูปแบบ (format) ค่าเวลา TIME หรือ DATETIME ให้อยู่ในรูปแบบที่ต้องการ โดยสามารถกำหนดรูปแบบการแสดงผลได้อย่างยืดหยุ่น เช่น 12 ชั่วโมง, 24 ชั่วโมง,…

MySQL การใช้งานฟังก์ชัน TIME()

ฟังก์ชัน TIME() ใน MySQL ใช้เพื่อดึงส่วนของเวลา (HH:MM:SS) จากค่า DATETIME หรือ TIMESTAMP เหมาะกับการแยกเฉพาะเวลาจากวันเวลาเต็ม

MySQL การใช้งานฟังก์ชัน SYSDATE()

ฟังก์ชัน SYSDATE() ใช้เพื่อคืนค่าวันและเวลาปัจจุบันขณะรันคำสั่งจริง ๆ จากระบบปฏิบัติการ (OS) ที่รัน MySQL ต่างจาก NOW() ตรงที่ SYSDATE() จะให้เวลาปัจจุบันจริง ๆ

MySQL การใช้งานฟังก์ชัน SUBTIME()

ฟังก์ชัน SUBTIME() ใช้เพื่อลบเวลาออกจากค่า TIME หรือ DATETIME ที่กำหนด เพื่อหาค่าเวลาก่อนหน้า เช่น ลบ 2 ชั่วโมง, 30 นาที, หรือ 45 วินาที เป็นต้น

MySQL การใช้งานฟังก์ชัน SUBDATE()

ฟังก์ชัน SUBDATE() ใช้เพื่อลบจำนวนวัน หรือช่วงเวลา (interval) ออกจากวันที่ (DATE, DATETIME) ที่กำหนด เหมาะสำหรับการคำนวณวันก่อนหน้า

MySQL การใช้งานฟังก์ชัน SEC_TO_TIME()

ฟังก์ชัน SEC_TO_TIME() ใช้เพื่อแปลงค่า “วินาที” (เช่น 3600, 3661, 7320) เป็นเวลาในรูปแบบ HH:MM:SS เหมาะกับการแสดงระยะเวลา เช่น เวลาการใช้งาน, เวลาที่ใช้ในกระบวนการ, หรือเวลารวมจากค่าที่บันทึกไว้เป็นวินาที…

MySQL การใช้งานฟังก์ชัน SECOND()

ฟังก์ชัน SECOND() ใช้เพื่อดึงค่าวินาทีจากเวลาที่อยู่ในฟอร์แมต TIME, DATETIME, หรือ TIMESTAMP เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลตามวินาที

MySQL การใช้งานฟังก์ชัน QUARTER()

ฟังก์ชัน QUARTER() ใช้เพื่อคืนค่าไตรมาสของปี (1–4) จากวันที่ที่กำหนด เหมาะสำหรับการ ดึงข้อมูลไตรมาส (1–4) จากข้อมูลประเภท DATE, DATETIME, หรือ TIMESTAMP

MySQL การใช้งานฟังก์ชัน PERIOD_DIFF()

ฟังก์ชัน PERIOD_DIFF() ใช้เพื่อคำนวณจำนวนเดือนระหว่างช่วงเวลาสองค่าที่อยู่ในรูปแบบ YYYYMM โดยคืนค่าผลลัพธ์เป็นจำนวนเดือนทั้งหมดระหว่างช่วงเวลา

MySQL การใช้งานฟังก์ชัน PERIOD_ADD()

ฟังก์ชัน PERIOD_ADD() ใช้เพื่อบวกจำนวนเดือน (n) เข้ากับค่าช่วงเวลา (period) ที่อยู่ในรูปแบบ YYYYMM (ปีและเดือน) เช่น PERIOD_ADD(202404, 3)

MySQL การใช้งานฟังก์ชัน NOW()

ฟังก์ชัน NOW() ใช้เพื่อคืนค่า "วันและเวลาปัจจุบัน" ของระบบ ในรูปแบบ DATETIME เหมาะกับการบันทึกเวลาการสร้างหรือปรับปรุงข้อมูล

MySQL การใช้งานฟังก์ชัน MONTHNAME()

ฟังก์ชัน MONTHNAME() ใช้เพื่อคืนชื่อเดือน (แบบเต็ม) จากข้อมูลวันเวลา เช่น 'April', 'December' เหมาะสำหรับการแสดงผลที่เข้าใจง่าย

MySQL การใช้งานฟังก์ชัน MONTH()

ฟังก์ชัน MONTH() ใช้เพื่อดึงเลขเดือน (1–12) จากข้อมูลวันที่หรือวันเวลา เหมาะสำหรับการกรอง, วิเคราะห์ หรือจัดกลุ่มข้อมูลตามเดือน

MySQL การใช้งานฟังก์ชัน MINUTE()

ฟังก์ชัน MINUTE() ใช้เพื่อดึงค่าของ “นาที” จากข้อมูลประเภท TIME, DATETIME, หรือ TIMESTAMP เหมาะกับการวิเคราะห์ข้อมูลรายนาที เช่น เวลาการใช้งานระบบ, เวลาบันทึกเหตุการณ์ หรือเวลาทำธุรกรรม ประโยชน์ของฟังก์ชัน…