MySQL การใช้งานฟังก์ชัน IFNULL()
ฟังก์ชัน IFNULL() ใน MySQL ใช้เพื่อตรวจสอบค่าที่อาจเป็น NULL และแทนที่ค่าดังกล่าวด้วยค่าที่กำหนดไว้ หากค่าที่ตรวจสอบไม่ใช่ NULL จะคืนค่าต้นฉบับ…
เรียนรู้ การจัดการฐานข้อมูล MySQL ตั้งแต่การสร้างฐานข้อมูล ตาราง การเขียนคำสั่ง SQL สำหรับเพิ่ม ลบ แก้ไขข้อมูล การจัดการสิทธิ์ผู้ใช้ และเทคนิคการสำรองและกู้คืนข้อมูล เพื่อดูแลระบบฐานข้อมูลให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย
ฟังก์ชัน IFNULL() ใน MySQL ใช้เพื่อตรวจสอบค่าที่อาจเป็น NULL และแทนที่ค่าดังกล่าวด้วยค่าที่กำหนดไว้ หากค่าที่ตรวจสอบไม่ใช่ NULL จะคืนค่าต้นฉบับ…
ฟังก์ชัน IF() ใน MySQL ใช้สำหรับประเมินเงื่อนไข (condition) และคืนค่าตามผลของเงื่อนไขนั้น ทำหน้าที่เหมือน IF-THEN-ELSE ในภาษาโปรแกรมทั่วไป
ฟังก์ชัน DATABASE() ใน MySQL ใช้เพื่อคืนชื่อของฐานข้อมูล (database) ที่กำลังถูกใช้งานอยู่ใน session ปัจจุบัน หรือกล่าวง่าย…
ฟังก์ชัน CURRENT_USER() ใน MySQL ใช้เพื่อคืนค่าชื่อผู้ใช้และโฮสต์ที่ระบบใช้ในการตรวจสอบสิทธิ์ (authentication) ของ session ปัจจุบัน
ฟังก์ชัน CONVERT() ใน MySQL ใช้เพื่อแปลงค่าหรือชนิดข้อมูล (data type) และ character set…
ฟังก์ชัน CONV() ใน MySQL ใช้เพื่อแปลงค่าจากเลขฐานหนึ่งไปเป็นเลขฐานอื่น โดยสามารถแปลงค่าจากเลขฐานใดก็ได้ระหว่าง ฐาน 2 ถึง ฐาน…
ฟังก์ชัน CONNECTION_ID() ใน MySQL ใช้เพื่อคืนค่า "หมายเลขการเชื่อมต่อ" (Connection ID) ของการเชื่อมต่อปัจจุบันกับเซิร์ฟเวอร์ MySQL
ฟังก์ชัน COALESCE() ใน MySQL ใช้เพื่อคืนค่าตัวแรกที่ไม่ใช่ NULL จากชุดของค่า (arguments) ที่ส่งเข้าไป เหมาะสำหรับการจัดการค่าที่อาจเป็น NULL
ฟังก์ชัน CAST() ใน MySQL ใช้สำหรับแปลงค่าจากชนิดข้อมูลหนึ่งไปเป็นอีกชนิดข้อมูลหนึ่ง เช่น แปลงจาก STRING เป็น DATE,…
ฟังก์ชัน CASE ใน MySQL คือเครื่องมือสำหรับเขียน เงื่อนไขแบบเลือกหลายกรณี (conditional logic) ภายในคำสั่ง SQL
ฟังก์ชัน BINARY ใน MySQL ใช้เพื่อ บังคับให้การเปรียบเทียบค่าข้อความ (string comparison) เป็นแบบ “case-sensitive” (แยกพิมพ์เล็ก/ใหญ่)
ฟังก์ชัน BIN() ใน MySQL ใช้เพื่อ แปลงเลขจำนวนเต็ม (INTEGER) ให้เป็นค่ารูปแบบเลขฐานสอง (Binary) ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็น…
ฟังก์ชัน YEARWEEK() ใช้เพื่อคืนค่าปีและหมายเลขสัปดาห์ (week number) รวมกันในรูปแบบ YYYYWW จากวันที่ที่ระบุ เช่น 202425 (ปี 2024 สัปดาห์ที่ 25)
ฟังก์ชัน YEAR() ใช้เพื่อดึง “ปี” (4 หลัก) จากค่าประเภท DATE, DATETIME, หรือ TIMESTAMP ที่กำหนด คืนค่าเป็นจำนวนเต็ม (INT) เช่น 2025
ฟังก์ชัน WEEKOFYEAR() ใช้เพื่อคืนค่าหมายเลขของสัปดาห์ (week number) ของปี โดยถือว่าสัปดาห์เริ่มต้นในวันอาทิตย์ และสัปดาห์แรกของปีคือสัปดาห์ที่มีวันที่ 1 มกราคม
ฟังก์ชัน WEEKDAY() ใช้เพื่อคืนค่าหมายเลขวันในสัปดาห์ ของวันที่ที่ระบุ โดยเริ่มนับจากวันจันทร์ (Monday = 0) โดยจะให้ค่าเป็นเลขจำนวนเต็ม 0 – 6
ฟังก์ชัน WEEK() ใช้เพื่อคืนค่าหมายเลขสัปดาห์ (week number) ของปี จากวันในรูปแบบ DATE, DATETIME หรือ TIMESTAMP
ฟังก์ชัน TO_DAYS() ใช้เพื่อแปลงวันที่ (DATE, DATETIME, TIMESTAMP) ให้กลายเป็น “จำนวนวันทั้งหมด” นับตั้งแต่วันที่ '0000-01-01'
ฟังก์ชัน TIMESTAMP() ใช้เพื่อแปลงหรือรวมค่า DATE และ TIME ให้กลายเป็นค่า DATETIME ใช้เมื่อต้องการรวมวัน (DATE) และเวลา (TIME) เข้าด้วยกัน
ฟังก์ชัน TIMEDIFF() ใช้เพื่อหาค่าความแตกต่างระหว่างเวลา 2 ค่า (DATETIME หรือ TIME) แล้วคืนค่าเป็น TIME โดยแสดงผลในรูปแบบ HH:MM:SS (ชั่วโมง:นาที:วินาที)
ฟังก์ชัน TIME_TO_SEC() ใช้เพื่อแปลงค่าประเภท TIME เป็นจำนวนวินาทีทั้งหมด (นับจาก 00:00:00) เหมาะสำหรับการนำเวลาไปใช้ในรูปแบบที่ต้องคำนวณ
ฟังก์ชัน TIME_FORMAT() ใช้เพื่อจัดรูปแบบ (format) ค่าเวลา TIME หรือ DATETIME ให้อยู่ในรูปแบบที่ต้องการ โดยสามารถกำหนดรูปแบบการแสดงผลได้อย่างยืดหยุ่น…
ฟังก์ชัน TIME() ใน MySQL ใช้เพื่อดึงส่วนของเวลา (HH:MM:SS) จากค่า DATETIME หรือ TIMESTAMP เหมาะกับการแยกเฉพาะเวลาจากวันเวลาเต็ม
ฟังก์ชัน SYSDATE() ใช้เพื่อคืนค่าวันและเวลาปัจจุบันขณะรันคำสั่งจริง ๆ จากระบบปฏิบัติการ (OS) ที่รัน MySQL ต่างจาก NOW() ตรงที่ SYSDATE() จะให้เวลาปัจจุบันจริง ๆ