MySQL การใช้งานฟังก์ชัน CEILING()
ฟังก์ชัน CEILING() ใน MySQL ใช้เพื่อปัดค่าทศนิยมให้เป็นจำนวนเต็มถัดไป ที่มากกว่าหรือเท่ากับค่าที่กำหนด โดยไม่สนใจว่าค่าส่วนนั้นเล็กน้อยแค่ไหน หากมีทศนิยมใด ๆ จะปัดขึ้นเสมอ
รวมบทความเกี่ยวกับ MySQL Functions ครอบคลุมฟังก์ชันจัดการข้อความ ตัวเลข วันที่ เวลา และการคำนวณข้อมูล เช่น CONCAT(), SUM(), NOW(), IFNULL() และอื่น ๆ เพื่อช่วยให้การเขียน Query และการประมวลผลข้อมูลมีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ฟังก์ชัน CEILING() ใน MySQL ใช้เพื่อปัดค่าทศนิยมให้เป็นจำนวนเต็มถัดไป ที่มากกว่าหรือเท่ากับค่าที่กำหนด โดยไม่สนใจว่าค่าส่วนนั้นเล็กน้อยแค่ไหน หากมีทศนิยมใด ๆ จะปัดขึ้นเสมอ
ฟังก์ชัน CEIL() (ย่อมาจาก ceiling) ใน MySQL ใช้เพื่อปัดค่าทศนิยมให้เป็นจำนวนเต็มถัดไป ที่มากกว่าหรือเท่ากับค่าที่กำหนด ประโยชน์ของฟังก์ชัน CEIL()…
ฟังก์ชัน AVG() (Average) ใน MySQL ใช้สำหรับคำนวณค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Arithmetic Mean) ของชุดข้อมูลตัวเลขในคอลัมน์ที่ระบุ
ฟังก์ชัน ATAN2() (Arc Tangent 2) เป็นฟังก์ชันตรีโกณมิติที่ใช้คำนวณมุม (หน่วยเรเดียน) ของเวกเตอร์ที่ลากจากจุด (0,0) ไปยังจุด…
ฟังก์ชัน ATAN() (Arc Tangent) ใน MySQL ใช้เพื่อคำนวณค่ามุม (หน่วยเรเดียน) จากค่าความชัน (tangent) ที่กำหนด เป็นฟังก์ชันผกผันของ TAN()
ฟังก์ชัน ASIN() (Arc Sine) เป็นหนึ่งในฟังก์ชันตรีโกณมิติของ MySQL ใช้สำหรับคำนวณค่ามุม (เรเดียน) ของ sine ที่กำหนด
ฟังก์ชัน ACOS() (Arc Cosine) ใน MySQL ใช้เพื่อคำนวณค่า “arc cosine” ของจำนวนที่กำหนด (เป็นค่ามุมในหน่วยเรเดียน)
ฟังก์ชัน ABS() (ย่อมาจาก absolute) เป็นฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ใน MySQL ที่ใช้สำหรับคืนค่าตัวเลขในรูปแบบ “ค่าสัมบูรณ์” หรือค่าบวกของตัวเลข
ฟังก์ชัน UPPER() ใน MySQL คือฟังก์ชันที่ใช้เพื่อแปลงข้อความทั้งหมดในสตริง (string) ให้เป็นตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (uppercase) ฟังก์ชันนี้สามารถใช้ได้กับข้อความประเภท CHAR, VARCHAR, TEXT
ฟังก์ชัน UCASE() ใน MySQL ใช้สำหรับแปลงข้อความ (string) ให้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ (uppercase) ทั้งหมด
ฟังก์ชัน TRIM() ใน MySQL ใช้เพื่อลบช่องว่าง (space) หรืออักขระที่ไม่ต้องการ ออกจากข้อความด้านซ้าย หรือด้านขวา หรือทั้งสองด้าน
ฟังก์ชัน SUBSTRING_INDEX() ใช้สำหรับตัดข้อความย่อยจาก string โดยอิงจาก “ตัวคั่น” (delimiter) โดยจะคืนค่าข้อความ ก่อน หรือ หลัง ตัวคั่น ตามจำนวนที่กำหนด
ฟังก์ชัน SUBSTRING() ใน MySQL ใช้เพื่อตัดข้อความย่อย (substring) ออกจากข้อความหลัก โดยระบุตำแหน่งเริ่มต้น และจำนวนอักขระที่ต้องการตัด
ฟังก์ชัน SUBSTR() ใน MySQL ย่อมาจาก SUBSTRING ใช้เพื่อตัดข้อความบางส่วน (substring) จากข้อความหลัก โดยระบุตำแหน่งเริ่มต้นและจำนวนอักขระที่ต้องการตัด
ฟังก์ชัน STRCMP() (String Compare) ใน MySQL ใช้เพื่อเปรียบเทียบข้อความ (string) สองค่า แบบตรงตัว (case-sensitive) แล้วคืนค่าตามผลการเปรียบเทียบ
ฟังก์ชัน SPACE() ใน MySQL ใช้สำหรับสร้างข้อความที่ประกอบด้วยช่องว่าง (space) ตามจำนวนที่กำหนด ใช้สำหรับเติมช่องว่างเพื่อจัดรูปแบบข้อความ
ฟังก์ชัน RTRIM() ใน MySQL ใช้สำหรับลบช่องว่าง (space) ที่อยู่ทางด้านขวาของ string (ท้ายข้อความ)
ฟังก์ชัน RPAD() ใน MySQL ใช้สำหรับเติมข้อความ (หรืออักขระ) เข้าไปทางด้านขวาของ string เพื่อให้ข้อความมีความยาวตามที่ต้องการ
ฟังก์ชัน RIGHT() ใน MySQL ใช้สำหรับดึงข้อความจากทางด้านขวาของ string ตามจำนวนอักขระที่ระบุ
ฟังก์ชัน REVERSE() ใน MySQL ใช้สำหรับสลับลำดับอักขระในข้อความ (string) จากหลังไปหน้า หรือพูดง่าย ๆ คือ "กลับด้านข้อความ" เช่น 'ABC' เป็น 'CBA'
ฟังก์ชัน REPLACE() ใน MySQL ใช้เพื่อแทนที่ข้อความย่อย (substring) ที่พบในข้อความหลัก ด้วยข้อความใหม่ โดยทุกครั้งที่พบข้อความที่ตรงกัน จะถูกแทนที่ทั้งหมด
ฟังก์ชัน REPEAT() ใช้ใน MySQL เพื่อทำซ้ำข้อความ (string) ตามจำนวนครั้งที่กำหนด เช่น 'ABC' ซ้ำ 3 ครั้ง จะได้ผลลัพธ์เป็น 'ABCABCABC'
ฟังก์ชัน POSITION() ใน MySQL ใช้เพื่อค้นหาตำแหน่งแรกที่ข้อความย่อย (substring) ปรากฏในข้อความหลัก (string) เป็นฟังก์ชันที่ทำงานเหมือนกับ LOCATE()
ฟังก์ชัน MID() เป็นฟังก์ชันใน MySQL ที่ใช้สำหรับดึงบางส่วนของข้อความ (substring) จากตำแหน่งที่กำหนด เช่นเดียวกับฟังก์ชัน SUBSTRING()