MySQL การใช้งานฟังก์ชัน YEARWEEK()
ฟังก์ชัน YEARWEEK() ใช้เพื่อคืนค่าปีและหมายเลขสัปดาห์ (week number) รวมกันในรูปแบบ YYYYWW จากวันที่ที่ระบุ เช่น 202425 (ปี 2024 สัปดาห์ที่ 25)
รวมบทความเกี่ยวกับ MySQL Date Functions เช่น NOW(), CURDATE(), DATEDIFF(), DATE_ADD(), DATE_FORMAT() และฟังก์ชันอื่น ๆ สำหรับจัดการข้อมูลวันที่และเวลา ช่วยให้การวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลในฐานข้อมูลมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ฟังก์ชัน YEARWEEK() ใช้เพื่อคืนค่าปีและหมายเลขสัปดาห์ (week number) รวมกันในรูปแบบ YYYYWW จากวันที่ที่ระบุ เช่น 202425 (ปี 2024 สัปดาห์ที่ 25)
ฟังก์ชัน YEAR() ใช้เพื่อดึง “ปี” (4 หลัก) จากค่าประเภท DATE, DATETIME, หรือ TIMESTAMP ที่กำหนด คืนค่าเป็นจำนวนเต็ม (INT) เช่น 2025
ฟังก์ชัน WEEKOFYEAR() ใช้เพื่อคืนค่าหมายเลขของสัปดาห์ (week number) ของปี โดยถือว่าสัปดาห์เริ่มต้นในวันอาทิตย์ และสัปดาห์แรกของปีคือสัปดาห์ที่มีวันที่ 1 มกราคม
ฟังก์ชัน WEEKDAY() ใช้เพื่อคืนค่าหมายเลขวันในสัปดาห์ ของวันที่ที่ระบุ โดยเริ่มนับจากวันจันทร์ (Monday = 0) โดยจะให้ค่าเป็นเลขจำนวนเต็ม 0 – 6
ฟังก์ชัน WEEK() ใช้เพื่อคืนค่าหมายเลขสัปดาห์ (week number) ของปี จากวันในรูปแบบ DATE, DATETIME หรือ TIMESTAMP
ฟังก์ชัน TO_DAYS() ใช้เพื่อแปลงวันที่ (DATE, DATETIME, TIMESTAMP) ให้กลายเป็น “จำนวนวันทั้งหมด” นับตั้งแต่วันที่ '0000-01-01'
ฟังก์ชัน TIMESTAMP() ใช้เพื่อแปลงหรือรวมค่า DATE และ TIME ให้กลายเป็นค่า DATETIME ใช้เมื่อต้องการรวมวัน (DATE) และเวลา (TIME) เข้าด้วยกัน
ฟังก์ชัน TIMEDIFF() ใช้เพื่อหาค่าความแตกต่างระหว่างเวลา 2 ค่า (DATETIME หรือ TIME) แล้วคืนค่าเป็น TIME โดยแสดงผลในรูปแบบ HH:MM:SS (ชั่วโมง:นาที:วินาที)
ฟังก์ชัน TIME_TO_SEC() ใช้เพื่อแปลงค่าประเภท TIME เป็นจำนวนวินาทีทั้งหมด (นับจาก 00:00:00) เหมาะสำหรับการนำเวลาไปใช้ในรูปแบบที่ต้องคำนวณ
ฟังก์ชัน TIME_FORMAT() ใช้เพื่อจัดรูปแบบ (format) ค่าเวลา TIME หรือ DATETIME ให้อยู่ในรูปแบบที่ต้องการ โดยสามารถกำหนดรูปแบบการแสดงผลได้อย่างยืดหยุ่น…
ฟังก์ชัน TIME() ใน MySQL ใช้เพื่อดึงส่วนของเวลา (HH:MM:SS) จากค่า DATETIME หรือ TIMESTAMP เหมาะกับการแยกเฉพาะเวลาจากวันเวลาเต็ม
ฟังก์ชัน SYSDATE() ใช้เพื่อคืนค่าวันและเวลาปัจจุบันขณะรันคำสั่งจริง ๆ จากระบบปฏิบัติการ (OS) ที่รัน MySQL ต่างจาก NOW() ตรงที่ SYSDATE() จะให้เวลาปัจจุบันจริง ๆ
ฟังก์ชัน SUBTIME() ใช้เพื่อลบเวลาออกจากค่า TIME หรือ DATETIME ที่กำหนด เพื่อหาค่าเวลาก่อนหน้า เช่น ลบ 2 ชั่วโมง, 30 นาที, หรือ 45 วินาที เป็นต้น
ฟังก์ชัน SUBDATE() ใช้เพื่อลบจำนวนวัน หรือช่วงเวลา (interval) ออกจากวันที่ (DATE, DATETIME) ที่กำหนด เหมาะสำหรับการคำนวณวันก่อนหน้า
ฟังก์ชัน STR_TO_DATE() ใช้เพื่อแปลงข้อความ (String) ที่เป็นรูปแบบวัน/เวลา ให้เป็นชนิดข้อมูล DATE, DATETIME, หรือ TIME
ฟังก์ชัน SEC_TO_TIME() ใช้เพื่อแปลงค่า “วินาที” (เช่น 3600, 3661, 7320) เป็นเวลาในรูปแบบ HH:MM:SS…
ฟังก์ชัน SECOND() ใช้เพื่อดึงค่าวินาทีจากเวลาที่อยู่ในฟอร์แมต TIME, DATETIME, หรือ TIMESTAMP เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลตามวินาที
ฟังก์ชัน QUARTER() ใช้เพื่อคืนค่าไตรมาสของปี (1–4) จากวันที่ที่กำหนด เหมาะสำหรับการ ดึงข้อมูลไตรมาส (1–4) จากข้อมูลประเภท DATE, DATETIME, หรือ TIMESTAMP
ฟังก์ชัน PERIOD_DIFF() ใช้เพื่อคำนวณจำนวนเดือนระหว่างช่วงเวลาสองค่าที่อยู่ในรูปแบบ YYYYMM โดยคืนค่าผลลัพธ์เป็นจำนวนเดือนทั้งหมดระหว่างช่วงเวลา
ฟังก์ชัน PERIOD_ADD() ใช้เพื่อบวกจำนวนเดือน (n) เข้ากับค่าช่วงเวลา (period) ที่อยู่ในรูปแบบ YYYYMM (ปีและเดือน) เช่น PERIOD_ADD(202404, 3)
ฟังก์ชัน NOW() ใช้เพื่อคืนค่า "วันและเวลาปัจจุบัน" ของระบบ ในรูปแบบ DATETIME เหมาะกับการบันทึกเวลาการสร้างหรือปรับปรุงข้อมูล
ฟังก์ชัน MONTHNAME() ใช้เพื่อคืนชื่อเดือน (แบบเต็ม) จากข้อมูลวันเวลา เช่น 'April', 'December' เหมาะสำหรับการแสดงผลที่เข้าใจง่าย
ฟังก์ชัน MONTH() ใช้เพื่อดึงเลขเดือน (1–12) จากข้อมูลวันที่หรือวันเวลา เหมาะสำหรับการกรอง, วิเคราะห์ หรือจัดกลุ่มข้อมูลตามเดือน
ฟังก์ชัน MINUTE() ใช้เพื่อดึงค่าของ “นาที” จากข้อมูลประเภท TIME, DATETIME, หรือ TIMESTAMP เหมาะกับการวิเคราะห์ข้อมูลรายนาที…